ข่าวใหญ่จากเปียงยาง: คิมเปิดทางยุติโครงการนิวเคลียร์อย่าง ‘ถาวร’

ข่าวใหญ่จากเปียงยาง !!!
คิมเปิดทางยุติโครงการนิวเคลียร์อย่าง ‘ถาวร’


คอลัมน์ “กาแฟดำ”

วันพุธที่ 19 กันยายน 2561

ประโยคเด็ดจากคิมจองอึนของเกาหลีเหนือต่อหน้า

ประธานาธิบดีมุนเจอินของเกาหลีใต้วันนี้ :

“เมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพและความเฟื่องฟูที่เราได้หย่อนเอาไว้นั้น วันนี้ได้เติบโตเป็นผลไม้แห่งฤดูใบไม่ร่วงแล้ว”

การพบกันรอบที่ 3 ระหว่างสองผู้นำเกาหลีเหนือและใต้ที่กรุงเปียงยาง มีเนื้อหาเป็นรูปธรรมอย่างมีนัยสำคัญต่ออนาคตของโลก เกินความคาดหมายของหลาย ๆ ฝ่ายทีเดียว

          ประธานาธิบดีมุนแจอินของเกาหลีใต้บอกว่าคิมจองอึนแห่งเกาหลีเหนือกับเขาตกลงกันว่า

1. เกาหลีเหนือตกลงให้มีขั้นตอนที่ชัดเจนเป็นครั้งแรกในการเลิกโครงการนิวเคลียร์ด้วยการยอมให้ “ผู้สังเกตการณ์นานาชาติ” เข้ามาตรวจที่ตั้งและอุปกรณ์นิวเคลียร์ และเดินหน้ารื้อสถานีนิวเคลียร์ Yongbyon (ทรัมป์เขียนในทวิตเตอร์ว่าอาจจะต้องมีการเจรจารายละเอียดในขั้นสุดท้ายอีกทีหนึ่งก่อน และจากนี้ไปจะไม่มีการทดลองจรวดหรือขีปนาวุธจากเกาหลีเหนืออีก) ทั้งนี้สหรัฐฯจะต้องทำตามข้อสัญญากับเกาหลีเหนือด้วยตามคำประกาศร่วมเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ระหว่างทรัมป์กับคิม

คำที่สำคัญที่สุดในแถลงการณ์นี้คือการเปิดทางสู่การเลิกโครงการนิวเคลียร์ของโสมแดงอย่าง “ถาวร” ( permanent dismantling )

2. เกาหลีเหนือและใต้จะร่วมกันเสนอเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกส์ 2032.

3.คิมประกาศว่าจะไปเยือนกรุงโซล เกาหลีใต้ในเร็ว ๆ นี้…หากเกิดขึ้นจริงก็จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นำเกาหลีเหนือมาเหยียบเมืองหลวงของเกาหลีใต้ (ครั้งแรกที่คิมเจอ มุนแจอิน เมื่อต้นปี เกิดขึ้นที่ “เขตปลอดทหาร” หรือ Demilitarized Zone หรือ DMZ ตรงชายแดนระหว่างสองประเทศ)

4. เกาหลีเหนือและใต้จะเชื่อมทางรถไฟเพื่อให้การคมนาคมสะดวกสำหรับคนทั้งสองฝั่ง

แน่นอนว่า มุนแจอินกำลังทำหน้าที่เป็น “กาวใจ” ระหว่างคิมจองอึน กับโดนัลด์ ทรัมป์ที่ยังไม่มีกำหนดจะพบกันรอบที่สองวันไหนที่ไหนและจะพูดกันเรื่องอะไร

เพราะตั้งแต่การประชุมสุดยอดของ คิมกับทรัมป์ที่สิงคโปร์เมื่อ 12 มิถุนายนแล้วก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรที่ชัดเจน เพราะต่างฝ่ายต่างตีความว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเดินก้าวแรกให้เห็นเสียก่อนเพื่อแสดงความจริงใจที่จะเดินไปสู่การยุติการเผชิญหน้ากันอย่างถาวร

คิมต้องการให้ทรัมป์ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร “อย่างถาวร” และประกาศยุติสงครามเกาหลีที่มีแต่เพียงข้อตกลงหยุดยิงแต่ไม่มีสัญญาเลิกสงครามอย่างเป็นทางการมากว่า 60 ปีแล้ว

ตีความได้ไม่ยากกว่าคิมกำลังโยนลูกบอลกลับมาที่ทรัมป์อีกครั้ง

ขณะที่แสดงให้ชาวโลกได้เห็นว่าเขาสามารถแปรผันภาพลักษณ์ “ผู้นำกร้าว ที่ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว” มาเป็น “นักการทูตชั้นเทพ” ที่สามารถเล่นเกมส์การต่อรองเจรจาอย่างคล่องแคล่วด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หลายประเทศมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นอย่างเหลือเชื่อ

ใครจะเชื่อว่าในระยะเวลาอันสั้น คิมจองอึน สามารถทำสิ่งที่เคยเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็น “ปรากฎการณ์เกินความคาดหมาย” ได้ถึงเพียงนี้!