สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

‘ช่อ’ ตอบคำถามเบื้องหลัง ธนาธรเสนอตัวเป็นนายกฯ

1,724

‘ช่อ’ ตอบคำถามเบื้องหลัง ธนาธรเสนอตัวเป็นนายกฯ

          ถาม-ตอบกับ พรรณิการ์ “ช่อ” วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ผ่าน Suthichai Live คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

          ถาม: การที่คุณธนาธรประกาศว่าพรรคอนาคตใหม่พร้อมจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล และคุณธนาธรพร้อมเป็นนายกฯ หมายความว่าสัตยาบัน 7 พรรคเดิมที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนหมดไปแล้วใช่ไหมครับ?

          ตอบ: สัตยาบันนั้นไม่ได้สลายไป เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปแบบการตั้งรัฐบาลต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. เปลี่ยนไป ตอนที่เราลงนามสัตยาบัน 7 พรรค เราก็พูดแล้วพูดอีกว่าไม่ใช่การลงนามจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน แต่เป็นการตั้งแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจ เป็น front ไม่ใช่ coalition แต่แน่นอนเป็นขั้นตอน (precondition) ก่อนนำไปสู่การตั้งรัฐบาล

ถ้าถามว่าพอเราเสนอตัวเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ขั้วนั้นหายไปหรือไม่ คำตอบคือการเป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. กับการตั้งรัฐบาลร่วมกันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ตอนที่เราพูดถึงการปิดสวิทช์ ส.ว. ไม่ได้หมายความว่าเราจะร่วมกันเป็นรัฐบาลทุกพรรค แต่อย่างน้อยมีอุดการณ์ร่วมกันว่าเรื่องไม่เอา คสช. เราทำร่วมกัน แล้วจะเป็นรัฐบาลร่วมกันหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องที่ต้องคุยกัน

          ถาม: อย่างนี้แปลว่าพรรคเพื่อไทยยอมให้พรรคอนาคตใหม่เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลแล้ว มีการพูดคุยกันล่วงหน้าอย่างไรครับ?

          ตอบ: กับพรรคเพื่อไทยมีการพูดคุยกันตลอด พวกเราก็มีความกังวลเหมือนกันว่าหากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ต่อไป คนที่ได้ประโยชน์คนเดียวก็คือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha and the Gang นะคะ แต่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์อะไร และหลังจากทางเราประกาศออกไป คุณหญิงสุดารัตน์ก็ประกาศอีกครั้งว่าเรื่องใครเป็นนายกฯไม่สำคัญสำหรับพรรคเพื่อไทยเท่ากับว่าประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้า ซึ่งจุดยืนนี้ก็ตรงกับของคุณธนาธร

          ถาม: จังหวะที่คุณธนาธรแถลงข่าวเรื่องพร้อมจะเป็นนายกฯห่างจากที่ กกต.ออกข่าวว่าจะส่งเรื่องคุณสมบัติคุณธนาธรไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น มีคนวิเคราะห์ว่าคุณธนาธรฉวยจังหวะนี้ตอบโต้ กกต. จริงไหมครับ? สองเรื่องนี้เกี่ยวกันไหมครับ?

          ตอบ:โอโห มีสื่อหลายสำนักตั้งคำถามแบบนี้ว่าพอเห็น กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ คุณธนาธรก็เลยเอาเรื่องนี้ขึ้นมา…อย่างแรกคือการที่ กกต. เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นกระบวนการปกติที่เราทราบดีอยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้น สื่อก็รายงานก่อนหน้านี้ว่า กกต. จะรับรองคุณธนาธรก่อนแล้วค่อยสอยทีหลัง จึงเป็นกระบวนการที่เราพอจะทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างนั้น ไม่ได้แปลกใจอะไร ไม่ได้หนักใจอะไร ไม่ต้องเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้อะไรเพราะเรามั่นใจ

แม้แต่ กกต. เองก็ไม่กล้าตัดสินใจ ต้องโยนเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเราเชื่อมั่นว่าการโอนหุ้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม การสมัครรับเลือกตั้งของคุณธนาธรเกิดขึ้นต้นเดือนกุมภาพันธ์ เรื่องนี้ชัดเจนดีอยู่แล้ว ไม่มีความกังวลอะไร ดังนั้นการที่ กกต. ออกข่าวเรื่องนี้กับการแถลงข่าวของคุณธนาธรในวันเดียวกันนั้น ระดับของเรื่องต่างกันเยอะนะคะ

การที่บอกว่าพรรคอนาคตใหม่เอาเรื่องนี้มาบลัฟ กกต. ต้องพูดตรง ๆ ว่าเป็นประเมินพรรคอนาคตใหม่ต่ำเกินไปสักนิดนึง

          ถาม: แต่เพราะสองเรื่องนี้เกิดขึ้นใกล้กันมาก ก็หนีไม่พ้นว่าจะต้องมีคนเอามาโยงกัน

          ตอบ: คุณสุทธิชัยลองคิดดูว่าเรื่องใหญ่ขนาดพรรคจะเสนอตัวเป็นแกนนำรัฐบาลและคุณธนาธรประกาศพร้อมเป็นนายกฯจะสามารถตัดสินใจกันได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่เฉพาะหัวหน้าพรรคคนเดียว จำเป็นต้องผ่านกระบวนการและการกลั่นกรองของคนหลายคน ขอยืนยันว่าสองเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกันแต่อย่างไร