สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

ทรัมป์-คิม: รักแล้ว รอหน่อย

435

เสาร์ที่ 2 มีนาคม 2562

ทรัมป์-คิม: รักแล้ว รอหน่อย

ทั้งสองคนบอกว่ายังรักกันอยู่ แต่สื่อสารกันผิดพลาด ก่อนจะเจอกันรอบที่ 3 ต้องฟังความกันให้รู้เรื่องก่อน

ทรัมป์อ้างว่าคิมต้องการให้มะกันยกเลิกมาตรการแซงชั่น “ทั้งหมด” และตัวเองพร้อมจะรื้อถอนสถานีวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์ “จองเปียน”

คิมสั่งรัฐมนตรีต่างประเทศ Ri Yong Ho และรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ Choe Son Hui เปิดแถลงข่าวหลังเที่ยงคืน (ไม่กี่ชั่วโมงหลังทรัมป์บินกลับบ้านจากฮานอย) อ้างว่า

         “เราขอให้มีการยกเลิกแซงชั่นบางส่วนที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของประชาชนเท่านั้น ไม่ได้ขอให้ยกเลิกทั้งหมด” คือคำประกาศจากรัฐมนตรีต่างประเทศ

(ข้อสังเกตของผม: คิมไม่ได้ส่ง Kim Yong Chol ซึ่งเป็นมือขวาด้านการเจรจากันมะกันมาแถลงข่าว แต่ส่งรัฐมนตรีต่างประเทศมาเจอนักข่าว คงหวังว่ายังต้องใช้มือเจรจาทำงานกันมะกันต่อ แยกเรื่องเจรจาจากหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ เหมือนที่ทรัมป์ใช้ Stephen Beigun เป็นคนเจรจานอกเหนือจากรัฐมนตรีต่างประเทศ Mike Pompeo)

ตกลงคิมพูดผิดหรือทรัมป์ฟังผิด?

ทำไมทั้งสองไม่ออกมาแถลงข่าวพร้อมกัน จะได้เปรียบมวยกันให้ชัด ๆ
แต่คิมก็มาพร้อมที่จะยอมถอยก้าวใหญ่

คิมบอกว่าพร้อมที่จะรื้อถอนสถานีทดลองนิวเคลียร์ที่ยองเปียนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาอาวุธร้ายแรงของเกาหลีเหนือมาตลอด

อีกทั้งยังรับปากว่าจะให้ผู้สังเกตการณ์ของอเมริกาเข้าไปตรวจสอบว่าทำตามที่ตกลงกันหรือไม่

ไม่แต่เท่านั้น คิมยังบอกทรัมป์ว่าพร้อมที่จะระงับการพัฒนาแร่ยูเรเนียมและพลูโตเนียมเพื่อหยุดยั้งการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป

แต่ทรัมป์บอกว่าเรื่องขอให้ยกเลิกแซงชั่นทั้งหมดนั้น “มากไป เร็วไป”
และที่คิมเสนอรื้อ “ยองเบียน” แห่งเดียวนั้น “น้อยไป ช้าไป”

ทรัมป์ยังเอาหลักฐานแสดงให้คิมดูว่าข่าวกรองมะกันมีข้อมูลว่าเกาหลีเหนือมีจุดทดลองนิวเคลียร์อีกหลายแห่ง และบางแห่งก็ยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยจากฝั่งของคิม

คิมทำสีหน้าหรือตอบอย่างไม่ไม่ปรากฏ แต่บรรยากาศคงจะเริ่มตึงเครียด
เพราะทรัมป์เดินออก (ทรัมป์ใช้คำว่า Walk ไม่ใช่ Walkout แปลว่าไม่ใช่การประท้วง แต่เป็นการลาออกกระทันหัน เสียมารยาท เป็นลีลาทางการทูตสไตล์ทรัมป์)

อาหารเที่ยงที่เตรียมไว้ (มี “ปลาหิมะ” จานพิเศษเสียด้วย) จึงต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ Choe Son Hui บอกกับนักข่าวหลังจากตัวรัฐมนตรีต่างประเทศแถลงอย่างเป็นทางการเสร็จว่า

“ฝ่ายสหรัฐฯเสียโอกาสมากที่ไม่ยอมทำข้อตกลง เพราะโอกาสอย่างนี้อาจจะไม่กลับมาอีก มันเป็นโอกาสครั้งเดียวในหนึ่งพันปี”

เขายืนยันว่าแม้จะเจรจากันอีก เปียงยางก็จะไม่เปลี่ยนจุดยืน

ทรัมป์ถูกถามว่าจะมีการประชุมสุดยอดรอบที่ 3 กับคิมไหม?

เขาเลี่ยงไปตอบว่า “อาจจะมีหรืออาจจะไม่มีอีกนานก็ได้…”

ถามว่าทำไมทรัมป์เดินออกอย่างกระทันหัน ทำไมไม่ต่อรองกับคิม เช่นยื่นหมูยื่นแมวกันใหม่…ให้คิมยอมเพิ่มจุดพัฒนานิวเคลียร์ที่จะทำลาย แลกกับการผ่อนคลายแซงชั่นบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด?

เดาใจทรัมป์ยาก พอๆกับที่ไม่อาจจะประเมินอารมณ์ของคิมในจังหวะที่โดน ทรัมป์ “เท” ต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นได้

แต่ที่แน่ ๆ ก็คือทั้งสองฝ่ายจะต้องกลับไปตั้งหลักใหม่

เหมือนเล่นหมากรุก ล้มเกมที่กำลังเล่นกันอยู่ เริ่มเกมใหม่

รอบนี้ต่างฝ่ายต่างรู้เท่าทันกันพอสมควรแล้ว แต่ละก้าวย่างจึงตื่นเต้นเร้าใจยิ่ง!