ทำไมหมีน้อย “วินนี่ เดอะ พูห์” จึงถูกแบนในจีน ?

ไฉนหนังแฟนตาซีเรื่อง Christopher Robin ของดิสนีย์เกี่ยวกับหมีวินนี่ที่น่ารักจึงถึงห้ามฉายในประเทศจีน?

ทำไมหนังอีกเรื่อง A Wrinkle In Time จึงถูกแบนก่อนหน้านี้?

ทั้ง ๆ ที่หนังสองเรื่องนี้ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเมืองจีนหรือมีส่วนใดวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำจีนเลย

คำตอบคือเพราะเจ้าหมีพูห์หน้าเหมือนท่านประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมากไปหน่อย

หรืออาจจะเป็นเพราะท่านสีจิ้นผิงหน้าคล้ายกับเจ้าหมีน้อยตัวนี้ด้วยความบังเอิญ?

เหมือนกันจนทำให้เจ้าหมีน้อยกลายเป็น “ผู้ไม่พิงปรารถนา” ในสังคมออนไลน์จีนอย่างน่าพิศวง

เอ่ยชื่อ Winnie The Pooh ในสื่อของจีนไม่ว่าจะเป็นทีวีหรือเว็บไซท์หรือโซเชียลมีเดีย จะถูกเจ้าหน้าที่เซ็นเซอร์ของทางการจีนลบออกทันที

จริง ๆ แล้วไม่มีคำสั่งเป็นทางการหรือคำประกาศใด ๆ จากเจ้าหน้าที่จีนห้ามการฉายหนังเรื่องใหม่นี้แต่อย่างใด

แต่ในเมืองจีนนั้นเรื่องอย่างนี้ต้องตีความจากน้ำเสียงและวิธีการบอกกล่าวไปถึงสื่อให้ทำหรือไม่ให้ทำอะไรบางอย่าง

แต่เป็นที่รู้กันในวงการต่าง ๆ ของประเทศจีนว่าเจ้าหมีน้อยตัวนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการแสดงความไม่พอใจท่านประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมาระยะหนึ่งแล้ว

การเมืองจีนมีความละเอียดอ่อนและสลับซับซ้อนเพราะการแสดงออกใด ๆ ที่อยู่คนละข้างกับผู้นำประเทศเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้

ใครกล้าหาญชาญชัยลุกขึ้นวิพากษ์รัฐบาลหรือผู้นำก็มีโอกาสถูกลงโทษด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่บ่อยครั้งก็หาเหตุผลทางการไม่ได้

ระยะหลังนี้คนจีนที่ไม่พอใจสีจิ้นผิงจึงหาทางแสดงถึงความรู้สึกต่อต้านผู้นำจีนคนนี้ด้วยการใช้เจ้าหมีพูห์นี่แหละเป็นตัวแทน

เพราะหน้าตาของสีจิ้นผิงบังเอิญคล้ายกับเจ้าหนีน้อยนี้ และเมื่อคนจีนวิจารณ์ท่านผู้นำตรง ๆ ไม่ได้ก็ใช้ตัวการ์ตูนแทน โดยหวังว่าทางการจะไม่สามารถตั้งข้อหาว่าพยายามจะบ่อยทำลายชาติ เพราะเจ้าหมีน้อยตัวนี้ดูไร้เดียงสาและน่ารักด้วยซ้ำไป

แต่ทางการจีนจับสัญญาณเช่นนั้นได้ เมื่อเจ้าหมีพูห์ปรากฏขึ้นบ่อย ๆ ในโซเชียลมีเดียในบริบทที่เป็นการเสียดสีประชดประชันท่านผู้นำ โดยเฉพาะเมื่อสีจิ้นผิงจับมือกับผู้นำต่างชาติ เจ้าหน้าที่รัฐก็จัดการ “ปิดปาก” เจ้าหมีน้อยด้วยการเซ็นเซอร์อย่างรวดร็วฉับพลัน

ใครพิมพ์ชื่อหรือโพสต์รูปหมีพูห์ขึ้นออนไลน์จะถูกลบออกโดยอัตโนมัติ

อีกชื่อหนึ่งที่ถูกจับใส่บัญชีดำทำนองเเดียวกันคือ John Oliver พิธีกรชื่อดังมะกันที่ล้อเลียนสีจิ้นผิงด้วยการใช้เจ้าหมีน้อยเป็นตัวประกอบ

ผมจำได้ว่าสมัยที่เติ้งเสี่ยวผิงเรืองอำนาจในจีน การวิจารณ์ผู้นำประเทศเป็นเรื่องถูกห้ามอย่างเด็ดขาด

ชื่อ “เสี่ยวผิง” มีเสียงคล้องกับสองคำภาษาจีนที่แปลว่า “ขวดเล็ก ๆ”ด้วย

เขียนคนละคำ แต่ออกเสียงเหมือนกัน ฟังเผิน ๆ ก็จะมีความหมายคล้ายกัน

ในช่วงนั้น หากใครจะวิพากษ์เติ้ง มีทางเดียวคือการแสดงออกด้วยสัญลักษณ์เหมือนกัน

นั่นคือการเอาขวดเล็ก ๆ หลาย ๆ ขวดไปวางเรียงกันในที่สาธารณะ

คนจีนเห็นขวดน้ำเล็ก ๆ เรียงกันอย่างผิดสังเกตก็จะรู้ทันทีว่านี้คือการแสดงออกเพื่อต่อต้านเติ้งเสี่ยวผิง

ตำรวจจับมือใครดมไม่ได้ ขณะเดียวกันแม้จะเห็นคนมาวางขวดตามถนน เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่สามารถตั้งข้อหาคนถือขวดเล็ก ๆ ที่ยืนอยู่กลางถนนได้เช่นกัน

เป็นการเล่นเกมซ่อนหาระหว่างเสรีชนในเมืองจีนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องการปกป้องผู้นำ

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างไร ก็หนีไม่พ้นว่าประชาชนเขามีวิธีแสดงออกความไม่พอใจในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลบหลีกข้อห้ามทางการได้เสมอ

น่าสงสารหมีน้อยวินนี่ เดอะ พูห์เพราะอยู่ดี ๆ ก็โด่งดังในทางลบที่เมืองจีนโดยไม่รู้สาเหตุว่าตนได้ไปทำอะไรผิดในประเทศนั้นจริง ๆ!