ทำไมแจ็ค หม่ากลับมาเป็นครู? ทำไมเศรษฐีไทยควรทำเรื่องการศึกษา?

คอลัมน์ “กาแฟดำ” วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2561 ทำไมแจ็ค หม่ากลับมาเป็นครู? ทำไมเศรษฐีไทยควรทำเรื่องการศึกษา? ผมหวังว่าข่าวชิ้นนี้น่าจะกระตุ้นให้มหาเศรษฐีไทยได้ใคร่ครวญถึงบทบาทของตนต่อการช่วยการศึกษาของเด็กไทยได้บ้าง ไม่ใช่เพียงบริจาคเงินหรือให้ทุนการศึกษาเท่านั้น แต่ยังแปรประสบการณ์การบริหารธุรกิจกำไรสูงสุดเพื่อตนมาเป็นการยกระดับการศึกษาเพื่ออนาคตของประเทศอย่างจริงจัง บิล เก็ตส์ ก้าวลงจากตำแหน่งบริหารสูงสุดของบริษัทไมโครซอล์ฟในวัย 58 เพื่อทำงานด้านการกุศลในมูลนิธิเพื่อช่วยคนทั้งโลกรวมถึงด้านการศึกษา พรุ่งนี้ตรงกับวันเกิดของเขา!!! แจ็ค หม่า จะปลดตัวเองออกจากตำแหน่งประธานบริหารของอาลีบาบา ที่ก่อตั้งเองในวัย 54 เพื่อทุ่มเทกับงานด้านการกุศลและการศึกษา “ผมอาจไม่มีวันรวยเท่าบิล เก็ตส์ แต่ผมจะชนะเขาอย่างหนึ่ง คือจะลงจากงานบริหารเพื่อทำงานเพื่อการศึกษาก่อนเขา เขาตัดสินใจเรื่องนี้ตอนอายุ 58 แต่ผมแค่ 54 ก็เปลี่ยนบทบาทแล้ว…” แจ็ค หม่ากล่าวไว้ มหาเศรษฐีจีน แจ็คบอกว่าแม้จะไม่ทำหน้าที่บริหารสูงสุด (เบอร์สองของเขาคือ Daniel Zhang คงจะก้าวขึ้นมาแทน) แต่ก็จะยังเป็นกรรมการของบอร์ดบริษัทต่อไป แจ็คบอกว่าเขาชอบความเป็นครูสุดจิตสุดใจ เขาอยากจะกลับไปสอนหนังสือซึ่งเป็นอาชีพแรกก่อนจะตัดสินใจตั้งอาลีบาบา ที่วันนี้กลายเป็นอภิมหาธุรกิจ ด้านขายของออนไลน์และต่อยอดไปสู่ธุรกิจด้านอื่น ๆ จนเอาหุ้นไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กอย่างคึกคักเมื่อ 4 ปีก่อน วันนี้มูลค่าของอาลีบาบามีมากกว่า 400,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 12.8 ล้านล้านบาท) มีกิจกรรมหลากหลายตั้งแต่อีคอมเมิร์สไปถึงการจ่ายเงินออนไลน์และ cloud computing ไม่เว้นแม้การเข้าไปทำธุรกิจสร้างหนังของฮอลลีวู๊ด “ผมคิดว่าผมสอนหนังสือได้ดีกว่าการทำหน้าที่เป็น CEO ของอาลีบาบา” เขาบอกกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ในการสัมภาษณ์ล่าสุด ก่อนหน้านี้ แจ็คส่งสัญญาณว่าจะก้าวลงจากบทบาทการบริหารสูงสุดของอาลีบาบามาระยะหนึ่งแล้ว พอได้จังหวะวันเกิดปีนี้ ก็จึงประกาศการตัดสินใจนี้อย่างเป็นทางการ เขาออกจากตำแหน่งซีอีโอในปี 2014 เปิดทางให้เบอร์สองบริหารงานประจำวันของเครือธุรกิจยักษ์ ตัวเองทำหน้าที่เป็น “ประธานบริหาร” ซึ่งก็คือ “หน้าตา” ของอาลีบาบา บนเวทีทั้งในจีนและต่างประเทศ “ดัชนีมหาเศรษฐี” ของบลูมเบิร์ก ระบุว่าความมั่งคั่งส่วนตัวของแจ็คล่าสุดอยู่ที่ 40,000 ล้านเหรียญ (มากกว่า 1.2 ล้านล้านบาท) ทั้ง ๆ ที่เขาก่อตั้งอาลีบาบาเมื่อ 20 ปีที่แล้วนี่เอง แจ็คบอกว่าเขาได้เตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนบทบาทมาทำงานมูลนิธิมา 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะโอนทรัพย์สินส่วนตัวมาอยู่ในองค์กรใหม่เพื่อการกุศลและการศึกษาอย่างเดียวกับเศรษฐีอย่าง บิล เกตส์, Andre Drummond Jersey มาร์ค ซักเกอร์เบอร์กและวอเรน บัฟเฟท อย่างไรหรือไม่ แต่ไม่ว่าเขาจะนั่งอยู่ในเก้าอี้ตัวไหน แจ็คก็คงจะยังมีบทบาทสำคัญในการวางยุทธศาสตร์หลักของธุรกิจที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่พลิกผันตลอด เพราะเขาไม่เคยหยุดคิด ไม่เคยหยุดมองหาสูตรใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจหรือตั้งคำถามว่าอะไรคือสิ่งใหม่ ๆ ที่จะมา “ป่วน” ธุรกิจของเขา ผมเชื่อว่า แจ็ค คงจะยังมองหา The Next Big Thing เสมอ และการศึกษาเป็น passion ส่วนตัวของเขาที่เป็นแรงผลักดันแรกจนทำให้เกิดอาลีบาบาเพราะเขาไม่หยุดที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ที่จะนำมาซึ่งโอกาสไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจหรือสังคมเพื่อยกระดับความคิดความอ่านของผู้คน ครั้งหนึ่ง ขณะที่ผมรอสัมภาษณ์แจ็คที่สำนักงานใหญ่ของอาลีบาบาที่เมืองหางโจว เขาขออนุญาตขึ้นพูดกับครูใหญ่จากโรงเรียนไกลปืนเที่ยงของจีนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับเชิญมาเข้าคอร์สของมูลนิธิของเขา แจ็คขึ้นเวทีพูดกับครูจากต่างจังหวัดอย่างจริงจัง ให้เวลาและความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการนำเสนอสินค้าตัวใหม่ของอาลีบาบา เขากระตุ้นให้ครูใหญ่จากชนบทของจีนปรับเปลี่ยนทัศนคติ (mindset) ต่อนักเรียนและต่ออาชีพของการเป็นครู ให้เข้าใจโอกาสที่จะใช้เทคโนโลยีในการส่งต่อความรู้และการสอนให้นักเรียนยุคนี้คิดเองทำเอง ผมสังเกตจากลีลา,