สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

ทูตจีนตอบคำถาม China Slowdown

178

ทูตจีนตอบคำถาม China Slowdown

คอลัมน์กาแฟดำ 15 เมษายน 2562

บทสนทนาของผมกับท่านหลู่เจี้ยน, เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย, น่าสนใจมากเพราะผมถามในหลายประเด็นโดยเฉพาะเรื่อง “การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน” หรือ “China Slowdown”

ผมคัดบางตอนของการถาม-ตอบประเด็นนี้มาให้ได้อ่านกันครับ

           สุทธิชัย: เศรษฐกิจของจีนกำลังชะลอตัวลง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรครับ และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไรครับ
           ท่านทูต: ประเด็นแรก เศรษฐกิจจีนเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลก จึงจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากความเชื่อมโยงทางแนวโน้มการพัฒนาโดยรวมของเศรษฐกิจโลก นับตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา

เศรษฐกิจโลกโดยรวมมีแนวโน้มถดถอย ระบบโลกาภิวัตน์เผชิญกับอุปสรรค ซึ่งส่งผลกระทบด้านลบต่อการการผลิตและการพัฒนาเศรษฐกิจของผู้ประกอบการจำนวนมาก รวมถึงผู้ประกอบการจีนด้วย
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ในระหว่างที่จีนกำลังพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองนั้นได้ใช้มาตรการการปรับโครงสร้าง เช่น การลดกำลังการผลิตเหล็กลง 35 ล้านตันและลดกำลังการผลิตถ่านหินลง 270 ล้านตันในปีที่แล้ว โดยประเทศจีนพร้อมที่จะลดการผลิตและการพัฒนาในด้านนี้ลง เพื่อให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นและมีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของจีน
แต่ในอีกด้านหนึ่ง โครงสร้างเศรษฐกิจของจีนถือว่าพัฒนาไปในทิศทางตามที่เราต้องการ อย่างเช่น อุตสาหกรรมภาคบริการที่คิดสัดส่วนได้มากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว อยู่ที่ประมาณ 52% อีกด้านหนึ่ง อุตสาหกรรมการผลิตระดับไฮเอนด์ก็มีการเติบโตของกำไรมากกว่า 10% ซึ่งถือเป็นแนวโน้มในการพัฒนาที่ดี
เศรษฐกิจของจีนกำลังอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่ดำเนินไปอย่างมีเสถียรภาพ และนี่เป็นเหตุผลที่จีนยังคงรักษาความมั่นคงทางสังคมไว้ได้แม้ในขณะที่อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ หรือในขณะที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว รัฐบาลมีแผนปฏิบัติการเชิงรุกและกระตือรือร้นในการปรับเปลี่ยน

            สุทธิชัย: ผมเข้าใจว่ารัฐบาลจีนพยายามจะลดช่องว่างระหว่างคนร่ำรวยในเมืองกับคนที่ยังยากจนในชนบทใช่ไหมครับ
            ท่านทูต: ท่านเข้าใจถูกต้องมากครับ รัฐบาลจีนกำลังจะลดช่องว่างระหว่างภาคตะวันออกกับภาคตะวันตก ซึ่งมีพื้นที่ทางภาคตะวันตกและมณฑลที่ล้าหลังบางแห่งสามารถพัฒนาอย่างก้าวกระโดดได้ โดยมณฑลที่มีความล้าหลังและพื้นฐานอุตสาหกรรมอ่อนแอนั้นไม่จำเป็นต้องมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมดั้งเดิมแต่ให้เข้าสู่ยุคของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบดิจิทัลโดยตรงได้เลย
ยกตัวอย่าง มณฑลกุ้ยโจวที่ตั้งอยู่ในเขตภูเขาและค่อนข้างล้าหลัง แต่ในปัจจุบันได้เข้าสู่เส้นทางของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีความล้ำหน้าอย่างมาก ซึ่งศูนย์วิเคราะห์สถิติแห่งชาติก็ตั้งอยู่ที่มณฑลแห่งนี้ด้วย อีกทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็เคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนมณฑลกุ้ยโจว

           สุทธิชัย: ผมเข้าใจว่าหลักการพัฒนาของจีนก็ได้ปรับเปลี่ยนไปแล้วเช่นกันใช่ไหมครับ
           ท่านทูต: ตอนนี้แนวคิดการพัฒนาของรัฐบาลจีนได้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงมากยิ่งขึ้น ไม่ได้มองเพียงเฉพาะความเร็วเท่านั้น
ยกตัวอย่าง เด็กคนหนึ่ง ในตอนเป็นเด็กก็จะดูว่าเขาสูงขึ้นเท่าไร น้ำหนักขึ้นเท่าไร แต่สำหรับผู้ใหญ่แล้ว ก็ต้องดูที่ความสามารถ ประสบการณ์ และการเติบโตทางสติปัญญาความคิดแทน กลายเป็นมาตรฐานในการวัดของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลจีนจึงไม่กังวลต่อการเติบโตที่ 6 %-6.5% เพราะถือว่าอยู่ในช่วงที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของประเทศจีน
และท่านคงทราบดี GDP ของจีนในปัจจุบันอยู่ที่ 13.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เอาแค่โตประมาณ 6%-6.5% ปริมาณที่เพิ่มขึ้นต่อไป ตามที่เราประเมิน ปีที่แล้วเท่ากับ GDP ของประเทศออสเตรเลียทั้งปี
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้พูดคุยกับคณะจากแต่ละมณฑล และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงได้รายงานการทำงานรัฐบาล ถ้าดูจากคำกล่าวของท่าน             ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และรายงานของท่านนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง จะเห็นได้ว่า รัฐบาลจีนมีความพอใจต่อผลสำเร็จของการเอาชนะความยากลำบากต่างๆ ในปีค.ศ. 2018
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนก็ตระหนักถึงความเสี่ยงและอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2019 และยังมีการคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างค่อนข้างสมเหตุสมผลโดยบนพื้นฐานของความเป็นจริง ดังนั้นจึงเป็นการส่งต่อของกำลังใจ นั่นก็คือรัฐบาลจีนมีกำลังใจ ไม่ว่าภาวะแวดล้อมข้างนอกจะซับซ้อนแค่ไหนหรือจะเปลี่ยนแปรงอย่างไง รัฐบาลจีนได้กำหนดเป้าหมาย มีเส้นทางอย่างชัดเจน จะนำไปปฏิบัติให้กลายเป็นความจริงให้ได้ และย่อมจะทำได้ ปัจจุบัน

            สุทธิชัย:ท่านทูตอธิบายนโยบาย “สองเป้าหมายแห่งศตวรรษ” ของรัฐบาลจีนให้คนไทยเข้าใจว่าอย่างไรครับ
            ท่านทูต: สองเป้าหมายแห่งศตวรรษที่จะต้องบรรลุให้ได้ คือค.ศ. ปี2021จะเป็นการครบรอบ 100 ปีแห่งการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อปี ค.ศ. 2049 จะเป็นการครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

การที่เราบรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลได้กำหนดในปีนี้ได้ จะเป็นประโยชน์อันสำคัญยิ่งสำหรับการบรรลุเป้าหมายแห่งศตวรรษเป้าหมายที่หนึ่งให้ได้ในปี2021 เพราะฉะนั้น เรามีความมั่นใจและจะทุ่มเทกำลังอย่างเต็มที่ในการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาของจีนก็จะอยู่ด้วยกับการพัฒนาของโลก ถือว่าอยู่ในจังหวะเดียวกัน เรายินดีที่จะร่วมกับประเทศทั้งหลาย บรรลุซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันผ่านความร่วมมือ

           (พรุ่งนี้: จุดยืนของจีนกรณีหัวเว่ย)