สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

ทูตจีน: กรณีหัวเว่ย: เราไม่ใช่แพะที่อยู่เงียบ ๆ

190

ทูตจีน: กรณีหัวเว่ย : เราไม่ใช่แพะที่อยู่เงียบ ๆ

คอลัมน์กาแฟดำ 16 เมษายน 2562

           ท่านหลู่เจี้ยน, เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย, ตอบคำถามผมหลายประเด็นว่าด้วยแนวทางของจีนต่อไทยและในระดับสากล
หนึ่งในคำถามคือแนวทางของจีนต่อสหรัฐฯในกรณี “หัวเว่ย” ซึ่งยังเป็นประเด็นความขัดแย้งลึก ๆ ระหว่างสองมหาอำนาจ

ปักกิ่งมีแนวทางอย่างไรในเรื่องนี้ ผมคัดบางตอนของบทสนทนากับท่านทูตจีนมาให้ได้อ่านกัน

          สุทธิชัย: กรณีที่ทางสหรัฐฯขอให้แคนาดาจับผู้บริหารระดับสูงของหัวเว่ยได้กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ จุดยืนเรื่องนี้ของรัฐบาลจีนล่าสุดเป็นอย่างไรครับ
          ท่านทูต: สำหรับกรณี บริษัทหัวเว่ยเป็นเรื่องที่สหรัฐฯใช้วิธีการทางการเมืองมากดดันบริษัท โดยหยิบยกกฏหมายภายในประเทศของสหรัฐมากล่าวหาและกดดัน บริษัทหัว เว่ย
เมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศจีนก็ได้พูดถึงเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ บริษัทของเรามีสิทธิ์ที่ชอบด้วยกฏหมายอย่างเต็มที่ในการฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯในกรณีฝ่าฝืนกฎ WTO และกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน ท่านหวัง อี้ได้กล่าวว่า เราจักไม่เป็นแพะที่อยู่เงียบ เนื่องจากเราเป็นคนบริสุทธิ์ เราอยู่เงียบไม่ได้ เราจำเป็นต้องมีการฟ้องร้องของเรา
ขณะนี้ นักการทูตและข้าราชการของสหรัฐฯไปพูดในประเทศต่างๆว่า หยุดซื้อผลิตภัณฑ์ของ หัวเว่ย หยุดร่วมมือกับหัวเว่ย ซึ่งอันนี้ไม่สอดคล้องกับความรู้ขั้นพื้นฐานและกติกาไม่ใช่หรือ การใช้บริการของหัวเว่ยจะปลอดภัยหรือไม่ จะดีหรือเปล่า แต่ละประเทศ ผู้ใช้แต่ละคนย่อมมีคำตอบของตนเอง
เขาอาจมีช่องทางของเขาเอง แต่ก็อย่างที่กล่าวไปแล้ว ทุกคนย่อมมีวิจารณญาณของตนเอง

         สุทธิชัย : นักวิเคราะห์มักจะถามว่าการเติบใหญ่ของจีนเป็นปัจจัยส่งเสริมความร่วมมือของโลกหรือเป็นภัยคุกคามกันแน่ ท่านทูตมีความเห็นอย่างไรครับ

         ท่านทูต : ก่อนอื่นต้องดูว่า ไม่ว่าจะเป็น “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ตาม แนวคิดความร่วมมือที่จีนเสนอคืออะไร เราเสนอร่วมหารือ ร่วมสร้าง และร่วมแบ่งปัน คำว่าร่วม ความหมายก็คือแบ่งปัน เพราะฉะนั้น จึงเป็นแนวคิดที่เน้นสันติภาพและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การคุกคาม ยิ่งไม่ใช่ว่าจีนจะได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียวและให้อีกฝ่ายเสียประโยชน์
ยกตัวอย่าง การค้าระหว่างจีนกับอาเซียน เมื่อประมาณหลายสิบปีก่อนไม่ถึง 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ฯ แต่ทุกวันนี้ตัวเลขอยู่ที่ 5 แสน 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ที่เพิ่มขึ้นมากถึงขนาดนี้ จีนไปขู่ให้เขามาค้าขายหรือ ถ้าในการค้าขายและความร่วมมือเขาเสียเปรียบหรือเสียประโยชน์ เขายอมจะร่วมมือกับเราต่อไปได้หรือ
ดังนั้น ไม่ใช่ว่าประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่หรือมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่แล้วก็จะเป็นภัยคุกคามต่อประเทศอื่น สิ่งสำคัญคือท่าทีที่จีนมีต่อประเทศเพื่อนบ้าน และหลักการที่จีนยึดมั่นในความร่วมมือกับประเทศรอบข้าง

          สุทธิชัย : การเจรจาเรื่องทะเลจีนใต้มีความคืบหน้าอย่างไรครับ
          ท่านทูต : การเจรจาในด้านนี้มีความคืบหน้าด้วยดี รัฐบาลจีนได้เสนอให้   เจรจาเสร็จใน 3 ปี จีนและประเทศอาเซียนต่างก็เป็นประเทศที่ลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฏหมายทะเล เราหวังว่าจะจัดการเรื่องเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลจีนใต้ให้ดีด้วยวิธีการเจรจา ร่วมกันรักษาสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค และสร้างภาวะแวดล้อมที่ดีสำหรับการพัฒนาของภูมิภาคในอนาคตด้วย
จุดยืนและท่าทีเชิงบวกของรัฐบาลจีน ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประเทศอาเซียนรวมทั้งประเทศไทย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในวาระที่ไทยเป็นประธานอาเซียน การเจรจาดังกล่าวจะมีความคืบหน้าในเชิงบวกอีกก้าวหนึ่ง
ระยะเวลาพันปีที่ผ่านมา ทะเลจีนใต้นั้นเป็นทะเลแห่งสันติสุขและความร่วมมือมาโดยตลอด เราในฐานะที่เป็นประเทศที่อยู่ในภูมิภาคนี้ มีข้อพิพาทก็จริง แต่ก็ควรผลักดันความร่วมมือระหว่างกันบนพื้นฐานพื้นฐานเจรจาอย่างเป็นมิตร เราไม่อยากให้วิธีการเจรจาอย่างเป็นมิตรที่ทำกันมายาวนานจะถูกแทรกแซงหรือทำลายโดยปัจจัยภายนอกที่ไม่จำเป็น

          สุทธิชัย : การเจรจาก่อตั้งเขตการค้าเสรี RCEP หรือ Regional Comprehensive Economic Partnership มีความคืบหน้าถึงไหนครับ
          ท่านทูต : ก่อนอื่น การเจรจาของ RCEP ได้รับประโยชน์จากสังคมโลกปัจจุบันและมีแนวโน้มการพัฒนาที่ดี ประเทศที่เข้าร่วมการเจรจาได้ตระหนักดีว่าควรร่วมมือ WIN-WIN ควรส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค ซึ่งทำให้ความเร่งด่วนในการเจรจาได้เพิ่มมากขึ้น ไม่อยากได้รับผลกระทบจากแนวคิดอนุรักษ์นิยมหรือการกระทำฝ่ายเดียวที่มาจากบางประเทศนอกภูมิภาค ในเมื่อเรามาร่วมมือกันบรรลุชัยชนะด้วยกัน จึงจะเป็นทางออกที่ถูกต้อง
โดยภูมิหลังใหญ่นี้ เชื่อว่า RCEP จะมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยกำลังเป็นประธานอาเซียน และส่งเสิรมผลักดันในเรื่องนี้อยู่ เราหวังว่าวันที่กล่าวจะมาถึงจริงโดยเร็ว เราสนับสนุนให้ประเทศไทยแสดงบทบาทสำคัญในช่วงเวลาที่เป็นประธานอาเซียน ผลักดันให้เรื่องสำคัญๆกลายเป็นความจริงขึ้นมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยต่อไป