สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

ทูตจีน: จุดยืนปักกิ่งใน สงครามการค้าจีน-สหรัฐ

217

ทูตจีน: จุดยืนปักกิ่งในสงครามการค้าจีน-สหรัฐ

คอลัมน์กาแฟดำ 14 เมษายน 2562

          พอนั่งลงพูดคุยกับท่านหลู่เจี้ยน, เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย, ก็ย่อมต้องถามท่านเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ไทย-จีนก่อน จากนั้นหัวข้อสำคัญอีกประเด็นหนึ่งคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน, เรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯและกรณี “หัวเว่ย”
ผมคัดอีกบางตอนของบทสนทนาวันนั้นมาให้ได้อ่านกันครับ
           สุทธิชัย: สถานการณ์ล่าสุดเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯไปถึงไหนแล้วครับ
           ท่านทูต: เรากำลังอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกจึงมีความเกี่ยวพันธ์กับเราทุกคนรวมทั้งประเทศไทยด้วย
ประการที่หนึ่ง ในเดือนเมษายนนี้ การประชุมสุดยอด “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศครั้งที่สองจะจัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเป็นประธานในการประชุม ซึ่งท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้เชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย เข้าร่วมการประชุมด้วย
การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งจะสรุปผลงานที่ได้รับจากการประชุมครั้งที่ 1 เพื่อทำพิมพ์เขียวและวางแผนสำหรับความร่วมมือ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้นในอนาคต
อีกประเด็นที่สำคัญคือเรื่องปัญหาการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตามองกันอยู่ โดยในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผู้แทนระดับสูงของจีนและสหรัฐฯ ได้จัดประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งถือว่าการเจรจาได้มีความคืบหน้าในเชิงบวก
ความจริง ตั้งแต่เริ่มต้น รัฐบาลจีนไม่เคยต้องการให้มีสงครามหรือความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ ทั้งยังเสนอแนวคิดที่ว่าร่วมมือกันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย ในขณะที่ความขัดแย้งจะสร้างปัญหาและผลเสียให้กับทั้งสองฝ่าย
แต่ก็มีบางคนบอกว่าควรตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของจีนและสหรัฐฯ โดยสิ้นเชิง ซึ่ง ฯพณฯหวัง อี้ ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า การตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนนั้นถือได้ว่าเป็นการตัดโอกาสและตัดอนาคต และเป็นการตัดขาดจากโลกด้วย เพราะว่าเศรษฐกิจจีนนั้นผูกพันกับเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
ดังนั้น จีนจึงสนับสนุนแนวคิดความร่วมมือที่เป็นพหุภาคี ร่วมมือและชนะด้วยกัน โดยแนวคิดความร่วมมือที่เปิดกว้างนี้จีนได้ยึดมั่นมาโดยตลอด และจะไม่มีการเปลี่ยน
ในเมื่อประเทศอื่นมีแนวคิดที่แตกต่าง จีนจะยึดมั่นในหลักการเปิดประเทศต่อไป โดยในรายงานการทำงานรัฐบาลของ ฯพณฯ หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนได้ระบุมาตรการที่จะใช้ในการดำเนินงานขั้นต่อไปไว้แล้ว
ยกตัวอย่าง การลดภาษีศุลกากรและการอำนวยความสะดวกในการทำพิธีศุลกากรที่ทำให้การค้าระหว่างประเทศสะดวกมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ประเทศจีนจะจัดงานแสดงสินค้านำเข้านานาชาติครั้งที่ 2 ซึ่งเราได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วมด้วย เพื่อให้สินค้าคุณภาพดีๆของไทยสามารถเข้าตลาดจีนมากยิ่งขึ้น

          สุทธิชัย: การเจรจาน่าจะบรรลุข้อตกลงไหมครับ
           ท่านทูต: การเจรจานั้นขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่าย ถ้าดูจากปัจจุบันกำลังมุ่งสู่ทิศทางเชิงบวก แต่อย่างไงก็ต้องดูทั้งสองฝ่าย รัฐบาลจีนมีจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกว่า เรายินดีที่จะแก้ปัญหาข้อกังวลซึ่งกันและกันด้วยวิธีการเจรจา ซึ่งทางเรามีความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ แต่ยังคงต้องยืนหยัดในแนวคิดพื้นฐานและปฏิบัติตามกฎระเบียบร่วมกันด้วย หากย้อนไปดูกระบวนการเจรจา จะเห็นได้ว่ารัฐบาลจีนมีความจริงใจและตั้งใจในการแก้ปัญหามาโดยตลอด

          (พรุ่งนี้:การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน)