สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

บังฮาซันกับการใช้โซเชียลมีเดีย ‘ป่วน’ ระบบการตลาดดั้งเดิม

593

บังฮาซันกับการใช้โซเชียลมีเดีย ‘ป่วน’ ระบบการตลาดดั้งเดิม

คอลัมน์กาแฟดำ วันอังคารที่ 16 เมษายน 2562

           ใครที่ต้องการเข้าใจว่าจะต้องปรับตัวอย่างไรกับโลกดิจิตัลวันนี้ ควรจะต้องติดตามการตลาดและการขาย “อาหารทะเลตากแห้งจากสตูล” ของ “บังฮาซัน” หรือ คุณอนุรักษ์ สรรฤทัย
เพียง 6 เดือนที่บังฮาซันตัดสินใจลองขายอาหารทะเลตากแห้งจากชุมชนประมงของตนที่จังหวัดสตูลผ่าน Facebook Live เขาได้พิสูจน์ว่าใน
“วิกฤต” อันเกิดจาก “ความปั่นป่วน” ทางเทคโนโลยีหรือที่เรียกว่า disruption นั้นก็มี “โอกาส” มหาศาลสำหรับคนที่กล้าทดลองและพร้อมจะกระโดดลงไปทำสิ่งที่คนอื่นไม่แน่ใจ, ไม่กล้าหรือไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้
เริ่มต้นจากมีคนเข้ามาดูเขาทาง Facebook ไม่กี่คน (นั่นคือพ่อแม่และพี่น้องกับภรรยา) วันนี้มีคนเข้ามาดูเข้าขายของ live สด ๆ เป็นหมื่นเป็นแสนต่อครั้ง
จากยอดขายวันละไม่กี่ร้อยบาท วันนี้กระโดดขึ้นวันละหลายแสนบาท
ยอดขายอาหารทะเลตากแห้งจากชุมชนประมงเล็ก ๆ ทางใต้สุดของประเทศที่ไม่เคยรู้จักโซเชียลมีเดีย วันนี้ เขาสามารถทำยอดขายได้สิบกว่าล้านบาทต่อเดือน
บังฮาซันเรียนหนังสือจบชั้นมัธยม แต่มีความสามารถในการสื่อสาร เล่าเรื่องและมุ่งมั่นจะช่วยเหลือชุมชนชาวประมงให้สามารถขายอาหารทะเลตากแห้งธรรมชาติถึงผู้บริโภคทั่วประเทศโดยไม่สนใจข้อจำกัดเดิม ๆ ของโลกยุคอนาล็อก
เขาเปลี่ยนโฉมหน้าคำว่า “การตลาด” โดยสิ้นเชิงด้วยพลังของมือถือยุคป่วนโลก
เขาทำได้เพราะสามารถเชื่อมต่อผู้ผลิตรายย่อยที่ไม่มีอำนาจต่อรองหรือตั้งราคาหรือวางแผงในร้านรวงไหนได้กับผู้บริโภคโดยตรง
เขาสร้างความคึกคักให้กับระบบ logistics ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันบริการรับส่งสินค้าของเขาไปถึงผู้บริโภคทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็นไปรษณีย์ไทย, เคอร์รี่หรือ SCG ที่ไม่เคยคิดว่าจะมีธุรกิจด้าน delivery จากจังหวัดชายแดนไกลโพ้นไปทั่วประเทศได้
          “วันที่ผมเข้าไปหาเคอร์รี่ครั้งแรกให้ส่งของ พนักงานนั่งตบยุงกันอยู่ครับ” ฮาซันบอกผม
เขาสร้างให้เกิดความตื่นตัวระดับชาวบ้านเรื่องการใช้ระบบโอนเงินผ่านมือถือเป็นครั้งแรก
เขาสร้างงานและรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างชนิดที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน
จากเริ่มแรกที่บังฮาซันมีพนักงานเพียงไม่กี่คนในครอบครัว วันนี้เขามีทีมงานกว่า 40 คนที่เรียนรู้วิธีการทำงานในยุคดิจิตัลที่ต้องแข่งกับเวลา, เน้นความสำคัญของคุณภาพสินค้า, การเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์โดยตรง (engagement) กับลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดีย
นี่คือการปฏิวัติระบบการตลาด, ขนส่ง, โอนเงิน, บริการและการสื่อสารระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคผ่านศักยภาพของการเล่าเรื่อง, เชื่อมต่อ, และบริการในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
บังฮาซันเล่าให้ผมฟังผ่าน Suthichai Live ว่าเขาเริ่มต้นลองทำ Facebook Live ครั้งแรกเมื่อประมาณหกเดือนก่อนเพราะเห็นคนอื่นขายสินค้าบางชนิดผ่านโซเชียลมีเดีย
แต่การทดลองครั้งแรก ๆ ไม่ได้ผล ไม่ดึงดูดความสนใจ เขาจึงปรับวิธีด้วยการ “เล่าเรื่องอย่างสนุกและเป็นกันเอง” ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย
         “ผมไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเช่าที่ทำงาน ไม่ต้องจ้างพนักงานมาก ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา อาศัยผมเองพูดจาให้สนุกสนาน และไปทำ live กับพ่อค้าแม่ค้าที่มีอาหารทะเลตากแห้ง เล่าเรื่องให้คนที่เข้ามาติดตามได้รู้ว่าอาหารทะเลตากแห้งที่ไม่ใช้สาร ไม่มีอะไรเจือปน เป็นผลผลิตจากชาวประมงท้องถิ่นจริง ๆ และขายกันสด ๆ ผ่านมือถือ โอนเงินกันเดี๋ยวนั้น และจัดส่งไปให้ทันท่วงที…”
นี่คือสูตรที่ธุรกิจน้อยใหญ่ดั้งเดิมคาดไม่ถึงว่าจะเกิดได้
แต่ในโลกแห่ง disruption ทุกอย่างเปลี่ยนรวดเร็วในจังหวะที่รวดเร็วกว่าที่เคยรู้เคยเห็น
วันนี้ใครที่ไม่ปรับตัว ไม่เข้าใจพลวัตรแห่งความเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าลองผิดลองถูก วันหนึ่งในไม่ช้านี้ก็จะพบว่าลูกค้าเดิมของตนเองจะหดหาย และคนที่กระโดดเข้ามาใช้โซเชียลมีเดียเพื่อทำการตลาดแบบที่ทันกับยุคของความเปลี่ยนแปลงจะเข้ามา disrupt ตลาดจนตัวเองอยู่ไม่ได้
และถึงตอนนั้นก็จะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองที่ฝังตัวอยู่ใน comfort zone (เขตคุ้นเคยเก่า ๆ) ของตัวเอง ไม่ยอมปรับเปลี่ยนจนถึงจุดหนึ่งแม้จะลองเปลี่ยนก็ไม่ทันการเสียแล้ว!