สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

พอเศรษฐกิจจีนหดตัว ทรัมป์ก็กระทืบซ้ำทันที!

90

คอลัมน์ “กาแฟดำ”
วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

พอเศรษฐกิจจีนหดตัว
ทรัมป์ก็กระทืบซ้ำทันที!

ตัวเลขออกมาว่าเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่สองของปีนี้หดตัวเหลือโตเพียง 6.2% ซึ่งต่ำสุดใน 27 ปี, ยังไม่ทันข้ามคืนก็ได้เห็นปฏิกิริยาที่ชัดเจนที่สุดมาจากโดนัลด์ ทรัมป์

ทรัมป์เขียนข้อความขึ้นทวิตเตอร์ทันทีว่านี่คือฝีมือของแกที่กดดันให้จีนต้องยอมตามเงื่อนไขของอเมริกาในการแก้ปัญหาดุลการค้ากับปักกิ่ง

เรียกได้ว่าทรัมป์ “ซ้ำเติม” ใส่จีนอย่างออกนอกหน้า

ทรัมป์ไม่รู้จักคำว่า “การทูต” ไม่สำเหนียกถึง “มารยาท” และไม่เข้าใจว่าการที่แกออกมาตบหน้าสีจิ้นผิงอย่างไม่เข้าใจความสำคัญของการ “รักษาหน้า” ของอีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะนำไปสู่ความล้มเหลวของการเจรจาอย่างไร

ข้อความทวิตเตอร์ของทรัมป์บอกว่าอัตราโตเศรษฐกิจของจีนในไตรมาสที่สองนั้นชะลอตัวมากที่สุดใน 27 ปี

“การขึ้นภาษีสินค้าจีนโดยสหรัฐฯมีผลกระทบต่อบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการจะออกจากจีนไปอยู่ประเทศที่ไม่มีผลจากภาษี บริษัทหลายพันแห่งกำลังจะหนีจากจีน…”

ทรัมป์สำทับว่า

“นี่คือเหตุผลที่จีนต้องการจะหาข้อตกลงกันเรา…”
ทรัมป์ใช้ประโยคว่า “This is why China wants to make a deal”

คำว่า deal ของทรัมป์ในที่นี้หมายความว่าจีนกำลังเพลี่ยงพล้ำและหมดท่า เมื่อโดนอเมริกาบีบอย่างนี้ก็จำเป็นต้องยอมศิโรราป
คิดว่าสีจิ้นผิงจะยอม “ก้มหัว” ในทรัมป์กระนั้นหรือ

ผมคิดว่าไม่

เพราะความ “ห่าม” ของทรัมป์ทำให้สีจิ้นผิงต้องคิดหนักว่าจะแสดงท่าทีอย่างไรจึงจะปกปักรักษาประโยชน์ของจีนโดยไม่นำไปสู่สงครามการค้าที่บานหลายไปกว่านี้

ทรัมป์เขียนในทวิตเตอร์ด้วยว่าจีนคงจะสำเหนียกแล้วว่าปักกิ่งไม่ควรจะ “ทำลายข้อตกลงที่เจรจากันไว้แต่แรก”

นั่นแปลว่าทรัมป์กำลังบอกว่ามีการต่อรองกันจนได้เงื่อนไขกันแล้วรอบหนึ่งแต่จีนเปลี่ยนใจเอง จึงทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
อีกนัยหนึ่งทรัมป์กำลังบอกว่าสีจิ้นผิงผ่านโซเชียลมีเดีย (ทั้ง ๆ ที่ควรจะยกหูคุยกันผ่าน hotline ได้) ว่า “เห็นไหมว่าคุณคิดผิดที่ไม่ยอมผมตั้งแต่ต้น หากคุณยอมผม วันนี้เศรษฐกิจของจีนก็จะไม่ย่ำแย่อย่างนี้”

ทรัมป์คุยโม้ต่อไปในทวิตเตอร์ว่าเพราะมาตรการขึ้นภาษีสินค้าจีนของเขานี่แหละที่ทำให้อเมริกาได้รายได้เพิ่มขึ้นหลายพันล้านเหรียยญ และจะยังมีเพิ่มมาอีกเรื่อย ๆ

“และรายได้ที่เราได้เพิ่มจากจีนนั้นมาจากการที่จีนลดค่าเงินหยวนของตัวเองและปั๊มเงินเข้าระบบ ….ไม่ได้มาจากผู้เสียภาษีของอเมริกาเอง”

นั่นก็เป็นวิธีการสร้างวาทกรรมแบบของทรัมป์ที่ต้องการจะหาเสียงกับคนอเมริกันที่กำลังประเมินว่าตกลงใครเป็นผู้แพ้ผู้ชนะในสงครามการค้า

ความจริงแล้ว ทั้งอเมริกาและจีนต่างก็เป็นผู้แพ้ในเกมนี้เพราะเศรษฐกิจโลกถูกกระทบด้วยสงครามการค้า และสองยักษ์ใหญ่ที่เป็นคู่กรณีต่างก็ได้รับผลทางลบด้วยกัน

อยู่ที่ใครจะยอมรับความจริงมากน้อยหรือปั่นข่าวให้ตัวเองดูดีกว่าอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ทรัมป์กับสีจิ้นผิงจับมือกันที่โอซาก้าและประกาศ “หยุดยิง” ชั่วคราวเพื่อกลับไปสู่โต๊ะเจรจา

วันนั้นทรัมป์บอกว่าทุกอย่างกำลังเดินไปด้วยดี และทั้งสองฝ่ายจะหันหน้าเข้าหากันเพื่อเจรจารอบใหม่

วันนั้นจูบปากกัน

วันนี้ทรัมป์ชกหมัดตรงใส่สีจิ้นผิง

อย่างนี้จะคาดหวังว่าการเจรจารอบใหม่ในระดับรัฐมนตรีของสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงกันได้ง่าย ๆ เห็นจะยากยิ่งขึ้น

สีจิ้นผิงต้องยอมกลืนเลือดระยะสั้นเพราะสำหรับจีนแล้วความอดกลั้นเป็นอาวุธสำคัญสำหรับการต่อรอง

สีจิ้นผิงรอให้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบสหรัฐฯในอีกปีเศษ ๆ ข้างหน้าชัดเจนก่อนว่าทรัมป์จะอยู่หรือไปเพื่อวางกลยุทธในการเจรจากับสหรัฐฯ

จีนรู้ว่าทรัมป์กำลังหาเสียงเพื่อให้กลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง

ทรัมป์รู้ว่าสีจิ้นผิงต้องการต่อรองรายละเอียดทุกเม็ดเพื่อไม่ให้ปักกิ่งต้องเสียโอกาสในการทำมาหากินในสหรัฐฯ

เกมนี้ยังยืดเยื้อไปอีก

รัฐบาลใหม่ของไทยเตรียมตั้งรับอย่างไร มีแผนและยุทธศาสตร์อย่างไร คนไทยกำลังต้องการคำถามที่ชัดเจนครับ!