สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

ฟังเสียงคนหลากวงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

272

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2561

       ฟังเสียงคนหลากวงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ผมไปตระเวณสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาครับ

ผมตั้งวงพูดคุยกับผู้คนหลายวงการเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดเพื่อสะท้อนความคิดอ่านของคนหลาย ๆ ฝ่าย สำหรับรายการ Thailand Live ฟังเสียงประเทศไทย คำตอบอยู่ในหมู่บ้านของ ThaiPBS

พอจะสรุปได้ว่าสถิติความรุนแรงของทางการลดน้อยลง แต่ยังเป็นสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจตราบเท่าที่กระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายเห็นต่างยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะหาทางออกได้หรือไม่

ในหลาย ๆ ด้านบรรยากาศของปัตตานี, ยะลาและนราธิวาสไม่ได้น่ากลัวเหมือนภาพที่คนจังหวัดอื่น ๆ รับรู้ เพราะทุกครั้งที่มีข่าวจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มักจะเป็นข่าวร้าย, ข่าวระเบิด, ข่าวความรุนแรง

แต่ผมพบกับหลาย ๆ ฝ่ายที่มีเรื่องราวดี ๆ ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ควรจะได้มีการเล่าขานอย่างกว้างขวางกว่าที่เป็นอยู่

ต้องยอมรับว่าตลอด 14 ปีตั้งแต่เกิดความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้ทำให้เกิดบาดแผลหนักหน่วงรุนแรงในหลาย ๆ ชุมชน

การรักษาเยียวยาและฟื้นคืนให้กลับสู่สภาพปกติ พร้อมจะทะยานสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจได้ยังเป็นภารกิจที่ท้าทายยิ่ง

แต่อีกด้านหนึ่งผมก็เห็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคึกคักและมุ่งมั่นที่จะสร้างกิจกรรมเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น startups และ SMEs ที่ใช้นวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อการสร้างเสริมอนาคตทางเศรษฐกิจอย่างมีความหวังยิ่ง

ธุรกิจ e-commerce ก็เริ่มคึกคัก เห็น Kerry มาตั้งสาขามากขึ้นในย่านนี้ก็พอจะสะท้อนว่าการซื้อขายของออนไลน์กำลังเป็นแนวโน้มใหม่ที่น่าสนใจ

ขณะที่ผมรับทราบว่ายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็รับทราบถึงเยาวชนที่มีโอกาสเล่าเรียนทั้งด้านศาสนาและวิชาสามัญที่โยงไปถึงการไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อขยายโอกาสทางด้านอาชีพของตนมากขึ้น

ความพยายามที่จะสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาและความรู้ใหม่ ๆ จากกรุงเทพฯและจังหวัดอื่น ๆ กลับมาตั้งรกรากในสามจังหวัดกำลังได้รับความสนใจสูงขึ้น

ผมไปร้านอาหารที่เคยถูกระเบิดมาสามครั้ง แต่ก็ยังยืนหยัดทำธุรกิจไม่ย่อท้อเพื่อพิสูจน์ว่าความรุนแรงไม่อาจจะทำลายวิถีชีวิตปกติของผู้คนได้

กลางเมืองยะลามี safety zone อันเป็น “เขตปลอดภัย” ก็มี “บังเกอร์” ที่มีรูปร่างเป็นแท่งคอนกรีตกลม ๆ วางไว้หน้าบ้านและร้านค้าหลายจุด

แทนที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความน่ากลัว คนยะลาก็ช่วยกันเขียนภาพสวย ๆ ทั้งที่เป็นดอกไม้และการ์ตูนให้มีความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าที่จะให้กลายเป็นความเครียด

วันที่ผมอยู่ที่ปัตตานี ก็มีข่าวว่าอาสาสมัครสองคนถูกผู้ก่อเหตุร้ายยิงกลางตลาด แสดงว่ายังไม่อาจจะอ้างได้ว่าความสงบได้กลับมาสู่ดินแดนปลายด้ามขวานอย่างจริงจัง

แต่หน้าวิทยาลัยเขตของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ของปัตตานีก็มีร้านรวงขายอาหารที่คึกคัก ผู้คนขวักไขว่ ใช้ชีวิตเป็นปกติ

ผมตั้งวงตรงนั้น พูดคุยกับคนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งที่ทำกิจกรรมเพื่อชักชวนให้คนรุ่นใหม่ของสามจังหวัดชายแดน ช่วยกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ช่วยกันสร้างความเข้าใจระหว่างชุมชนคนไทยมุสลิม, พุทธและจีนให้ลดความระแวงสงสัย

ผู้นำชุมชนที่ผมตั้งวงสนทนาด้วยจะเน้นแนวทาง “พหุวัฒนธรรม” อย่างเป็นระบบ แม้ว่าผม จะได้ข่าวแว่วผ่านบางคนว่า ความระแวงสงสัยต่อกันในบางจุด บางชุมชนยังแฝงตัวอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

ผมพบกับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสที่เป็นสุภาพสตรีมุสลิมคนแรกของประเทศไทย (คุณพาตีเมาะ สะดียามู) ที่ได้รับความไว้วางใจให้มาทำงานนี้หลังจากพิสูจน์ความสามารถของตนเองจากความเป็นเด็กยากจนที่ต่อดิ้นรนต่อสู้มาอย่างโชกโชน และสามารถสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนมุสลิมได้อย่างกว้างขวาง

ท่านบอกผมว่ากระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลกับผู้เห็นต่างควรจะเพิ่มมิติของตัวแทนจากชาวบ้านเข้าไปด้วยเพื่อจะสามารถยกระดับ “ความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน” อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ผมชวนเสวนากับ พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ. รมน. ภาค 4 ส่วนหน้าและรักษาการผู้อำนวยการ ศอบต. พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร ซึ่งยืนยันกับผมว่าสถานการณ์ความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นตามลำดับ

แต่ท่านก็ยอมรับว่ายังมีงานสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอีกไม่น้อยเพื่อให้เกิด “สันติสุข” อย่างแท้จริง

ภาพใหญ่ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็นส่วนผสมของข่าวดีและข่าวทางลบที่ต้องรอการแก้ไข ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสันติภาพอย่างแท้จริง