สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

ร้อน ๆ! เดโมแครตลุยแล้ว จับทรัมป์ขึ้นเขียง Impeachment!

48

คอลัมน์ “กาแฟดำ”
วันพุธที่ 25 กันยายน 2562

ร้อน ๆ! เดโมแครต ลุยแล้ว จับทรัมป์ขึ้นเขียง Impeachment!

พอมีข่าวรั่วออกมาว่าทรัมป์คุยกับประธานาธิบดียูเครนทางโืทรศัพท์เมื่อเดือนกรกฎาคมกระซิบแกมขมขู่ให้สอบสวนข้อหาคอร์รัปชั่นของอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน…ส.ส. เดโมแครตก็มีเหตุผลชัดเจนพอที่จะโค่นทรัมป์ทันที

แนนซี่ เพโลซี หัวหน้าเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรฯประกาศหลังประชุมลับกับประธานกรรมาธิการ 6 ชุดในสภาล่างเมื่อวานแถลงว่ามีมติว่าจะเดินหน้าเริ่มกระบวนการ “ไต่สวนเพื่อถอดถอน” หรือ Impeachment อย่างเป็นทางการ

เธอประกาศว่าความผิดของทรัมป์ล่าสุดเป็นการละเมิดอำนาจของประธานาธิบดี และเป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรง

The president must be held accountable. No one is above the law.

นั่นคือประโยคปิดท้ายคำแถลงของเพโลซีซึ่งก่อนหน้านี้เคยแสดงความลังเลมาตลอดว่าควรจะจัดการกับทรัมป์กับเครื่องมือทางการเมืองที่รุนแรงที่สุดอย่างนี้หรือไม่

ทรัมป์ทวีตโต้ทันทีว่าการตัดสินใจของพรรคเดโมเครตเป็นเรื่องเหลวไหลและไร้สาระ เป็นการตามล่าแม่มดอีกครั้ง

ประเด็นที่เป็นหลักฐานแน่นหนาเพื่อเล่นงานทรัมป์ล่าสุดคือบทสนทนากับประธานาธิบดี Volodymyr Zelensky

ข่าวร้อน ๆ ชิ้นนี้เกิดจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองของสหรัฐฯเองที่ประกาศตนเป็น Whistle-blower หรือคนวงในที่ต้องการเปิดโปงความชั่วร้ายของผู้มีอำนาจที่อ้างว่ามีบทสนทนาของทรัมป์กับผู้นำยูเครนอยู่ในมือ

ทรัมป์บอกว่าพร้อมจะเปิดเผยรายละเอียดของบทสนทนานั้น

ที่ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเดโมแครตเพราะโจ ไบเดนเป็นหนึ่งในตัวเต็งของพรรคที่จะแข่งกับทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้า

ตามข้อหานี้ ทรัมป์ได้บอกให้ผู้นำยูเครนสอบสวนข้อหาคอร์รัปชั่นของโจ ไบเดนและลูกชายที่ชื่อฮันเตอร์ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับธุรกิจในประเทศนั้น

ข้อกล่าวหานั้นบอกว่าทรัมป์ขู่ผู้นำยูเครนว่าสหรัฐฯจะระงับความช่วยเหลือทางทหารต่อประเทศนั้นหากไม่ยอมสอบสวนเรื่องคดโกงของคู่แข่งทางการเมืองของเขาในสหรัฐฯ

ส.ส. เดโมแครนหลายคนออกมาซัดทรัมป์ว่าการกระทำเช่นนั้นเท่ากับเป็นการเชิญชวนต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกระบวนการทางการเมืองของสหรัฐฯซึ่งตีความได้ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงทางการเมือง

พรรคเดโมแครตขณะนี้ในเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ (ประมาณ 235 ต่อ 199 ของพรรครีพับบลิกัน) จึงอาจจะผลักดันกระบวนการ impeachment ต่อทรัมป์ผ่านสภาล่างได้

แต่ทรัมป์จะหลุดออกจากตำแหน่งได้จริงก็ต้องมีเสียง 2 ใน 3 ในวุฒิสภาซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างยากเพราะพรรครีพับบลิกันมีเสียงข้างมากอยู่ในสภาสูง 53-45 โดยมีสมาชิกวุฒิสภาอิสระ 2 คน

นั่นแปลว่าจะต้องมี ส.ว. รีพับบลิกันแปรพักตร์ประมาณ 20 คนจึงจะไล่ทรัมป์ออกได้

ในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ยังไม่มีประธานาธิบดีคนไหนโดนปลดออกด้วยมาตรการนี้ มีแต่บิล คลินตันและริชาร์ด นิกสันที่เป็นเป้าของการไต่สวนเพื่อสอบสวนอย่างนี้

บิล คลินตันรอดเพราะเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภาอยู่ข้างเขา

นิกสันรอดเพราะชิงลาออกเสียก่อน

ทรัมป์กำลังเจอกับวิกฤตครั้งรุนแรงที่สุดตั้งแต่เข้าทำเนียบขาว…จะรอดหรือไม่รอดไม่สำคัญเท่ากับว่าเขาจะทำลายล้างตัวเองทางการเมืองระหว่างกระบวนการนี้กำลังถึงขับเคลื่อนหรือไม่!