สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

สัมภาษณ์ทูตจีน: จีนช่วยไทยบุกตลาดจีน

72

สัมภาษณ์ทูตจีน: จีนช่วยไทยบุกตลาดจีน

คอลัมน์กาแฟดำ 12 เมษายน 2562

ผมสัมภาษณ์คุณหลู่เจี้ยน, เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย, เมื่อเร็วๆ นี้ในหลาย ๆ ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนและเศรษฐกิจจีนรวมทั้งสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ
ผมคัดเอาบางตอนของการสนทนามาให้อ่านครับ

สุทธิชัย: ท่านทูตมาประจำประเทศไทยครั้งนี้นานเท่าไหร่แล้วครับ
ท่านทูต: ถึงตอนนี้เป็นเวลาประมาณหนึ่งปีครึ่งกว่า ครั้งแรกที่มาประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ. 2008 สิบกว่าปีที่แล้ว บางครั้ง เมื่อคิดย้อนกลับไปครั้งแรกที่ผมมาประเทศไทยเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพของประชาชน และการพัฒนาของประเทศไทยในสมัยนั้น ก็มีความรู้สึกว่า 10 ปีผ่านไปประเทศไทยได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากพอสมควร
สุทธิชัย: ผมจำได้ว่าเมื่อปี 1975 ผมเป็นนักข่าวเดินทางไปกับคณะของไทยนำโดยนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมชเพื่อเปิดสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับประเทศจีน
ท่านทูต: นั่นคือวันที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งวันหนึ่ง การที่สองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตนั้น ทำให้ความสัมพันธ์และการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนสองประเทศเราได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
เมื่อปีค.ศ. 1975 เราได้สร้างความสัมพันธ์ทางการทูต ถึงปีนี้เป็นปีที่ 44 ถ้าเรากดปุ่มดูย้อนหลังไปที่ 44 ปีก่อน มาเปรียบเทียบกับทุกวันนี้ ก็จะรู้สึกว่าเหมือนดูหนังกันอยู่ ต่างกันอย่างมาก

ความสัมพันธ์จีน-ไทยมีหลายมิติ ครอบคลุมทุกๆด้าน

ประเด็นแรก ความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้นำระดับสูงได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดเด่นอย่างชัดของเรา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอีกครั้งหนึ่งในเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 46 ที่พระองค์ท่านเสด็จฯเยือนประเทศจีน พระองค์ท่านจะเสด็จฯเยือนประเทศจีนอย่างน้อยปีละครั้ง(ในระยะเวลาอันใกล้ที่ผ่านมา) เป็นประโยชน์สำคัญมากต่อความสัมพันธ์จีน-ไทย นอกจากนี้ ผู้นำท่านอื่นๆ ก็ได้เยี่ยมเยือนซึ่งกันและกันบ่อยครั้ง อันนี้เป็นภาพรวมสำหรับการเยือนระดับสูงระหว่างประเทศ
ประเด็นที่สองก็คือ ความร่วมมือโครงการใหญ่ทำให้สองประเทศเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และนำผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้กับประชาชนทั้งสองประเทศ
ยกตัวอย่าง บริษัทอาลีบาบามาร่วมมือกับ partner ในประเทศไทย ได้ยกระดับการพัฒนาของอีคอมเมิร์ซไทย ทุกวันนี้ในประเทศจีน สามารถสั่งซื้อทุเรียนและผลไม้ต่าง ๆ จากประเทศไทยผ่านทางเว็บไซต์ได้แล้ว

สุทธิชัย: ประเทศจีนจะช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กของไทยให้เข้าสู่ตลาดใหญ่ของจีนได้อย่างไรครับ
ท่านทูต: ใช่ครับ เชื่อว่าความร่วมมือด้านนี้ได้เริ่มต้นแล้ว ทางบริษัทอาลีบาบาได้แสดงความประสงค์ที่จะร่วมมือกับประเทศไทยต่อไป ในสัญญาที่อาลีบาบาได้เซ็นกับฝ่ายไทย ได้รวบรวมความร่วมมือในการกระตุ้นการแปรรูปด้านดิจิตัลของบริษัท SMEs และการอบรมบุคลากร ฯลฯ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวนี้ ก็จะเป็นพลังขับเคลื่อนใหม่สำหรับการพัฒนาอีคอมเมิร์ซอีกด้วย ยกตัวอย่าง ในบริษัทหลักๆที่ทำธุรกิจชอปออนไลน์ของไทย เช่น Shoppee, Lazada, Central JD ทางบริษัทอาลีบาบาและบริษัทอีคอมเมิร์ซอื่นๆของจีนต่างก็มีส่วนร่วมด้วย
การพัฒนาของบริษัทอาลีบาบานั้น จะไม่ทำให้พื้นที่ยากจนเพิ่มความยากจนยิ่งขึ้น ตรงกันข้าม เขาจะอาศัยโมเดลที่เรียกว่า หมู่บ้านเถาเป่า มาช่วยให้พื้นที่ยากจนพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็จะเป็นความร่วมมือที่ win-win

เมื่อปีที่แล้ว ฯพณฯ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้นำคณะไปเยือนประเทศจีน ท่านได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษ บอกว่าอยากไปดูโมเดลเถาเป่า ซึ่งอยู่ในเคลือของอาลีบาบา อยากไปดูว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรที่ยากจนที่อยู่ในชนบทอย่างไง หลังจากท่านไปเยือนแล้วท่านมีความประทับใจมาก นั่นก็คือบริษัทที่อยู่ในเครือของอาลีบาบา ได้ช่วยให้เกษตรกรที่อยู่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลจากตัวเมืองและประชาชนที่มีความยากลำบากนั้นสามารถขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และสามารถมีระบบโลจิสติกส์ของตนเองได้ ทำให้พวกเขาสามารถพ้นจากความยากจนได้โดยเร็ว ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น
เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องกังวลว่าการพัฒนาของอาลีบาบาจะทำให้คนบางส่วนเสียโอกาส ความจริง อาลีบาบาสามารถใช้เทคโนโลยีด้านดิจิดัลช่วยให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองหลุดจากความยากจนได้
นี่ก็คือแนวคิดการพัฒนาร่วมกันของประเทศจีน ไม่ใช่มีเรารวยเฉพาะคนเดียว คนอื่นจนหมด ความจริงในเมื่อเพื่อนบ้านที่อยู่รอบตัวต่างรวยขึ้นแล้ว จึงจะพัฒนาไปอย่างยั่งยืน ทุกคนก็จะได้มีชีวิตที่ดีและมีความสุข
(พรุ่งนี้: สงครามการค้าจีนกับสหรัฐฯ)