อันวาร์พร้อมจะเป็น นายกรัฐมนตรีหรือไม่?

กาแฟดำ Suthichaiyoon.net
วันจันทร์ที่ 24 กันยายน

อันวาร์พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่?

อันวาร์ : ผมรอมา 20 ปีแล้ว รออีกหน่อยก็ไม่เป็นไร
อันวาร์ : ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่ไม่เชื่อ มหาเธร์ เขาอายุ 93 แล้ว

      แน่นอนว่าเมื่อผมนั่งลงพูดคุยกับ “ว่าที่นายกรัฐมนตรี” ของมาเลเซียอย่างอันวาร์ อิบราฮิมสำหรับรายการ “โลกป่วน” ทาง ThaiPBS
(ดูย้อนหลังได้ที่http://program.thaipbs.or.th/DisruptedWorld)
      หนึ่งในคำถามสำคัญคือเขาพร้อมจะเป็นนายกฯแล้วหรือไม่ และอะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับเขาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนแล้ว
      ผมคัดลอกอีกบางตอนของการสนทนาในประเด็นนี้ให้ได้อ่านกันอย่างชัดเจนครับ

 

สุทธิชัย : ตอนนี้คุณก็พร้อมแล้วที่จะรับตำแหน่งผู้นำประเทศมาเลเซียแล้วใช่ไหมครับ

อันวาร์ : ผมรอมานาน 20 ปีแล้ว คงไม่ต่างอะไรกันหรอกครับ ถ้าผมจะต้องรอไปอีกสักหน่อย แต่ประเด็นคือ รัฐบาลใหม่เพิ่งทำหน้าที่ได้เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น ถ้าจะพูดให้ยุติธรรมแล้วก็ต้องปล่อยให้การทำงานเดินผ่านไปอย่างราบรื่น รัฐบาลได้เริ่มจัดการปัญหาหลัก ผมยังมีเวลา รู้หรือเปล่าว่าแม้แต่กรุงเทพ ผมยังไม่ได้ไปเลย ขอเวลาให้ผมในช่วงที่ผมยังว่างแบบนี้หน่อยสิ ผมอยากไปที่นั่นในฐานะคนธรรมดา คุณก็รู้ว่าถ้าไปในฐานะนายกรัฐมนตรีก็จะต้องมีเอาเรื่องต่างๆไปด้วย ผมอยากไปเจอเพื่อนๆ บ้าง

สุทธิชัย : คุณเตรียมพร้อมยังไงครับ

อันวาร์  : ไม่มีอะไรหรอกครับ นายกรัฐมนตรีก็ต้องมีรัฐมนตรีที่จะต้องมาบรรยายสรุป มาคุย

สุทธิชัย : คุณจะได้รับบรีฟทั้งหมดใช่ไหมครับ

อันวาร์ : ครับ แล้วผมก็ร้องเรียกนักเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ คนหลากหลายกลุ่ม เรามีเพื่อนเยอะแยะครับ คนที่เข้ามาแล้วอยากมีส่วนร่วม และเตรียมพร้อม ซึ่งผมว่าก็ดีสำหรับประเทศทั้งนั้น

สุทธิชัย : เพื่อนในอาเซียน ต่างก็กำลังภาวนาให้ ให้เกิดความสำเร็จกับรุ่งอรุณใหม่ของมาเลเซีย

อันวาร์ : ซึ่งผมคิดว่าคงจะทำให้เพื่อนในอาเซียนกังวลน้อยลงนะครับ

สุทธิชัย : ที่จริง มาเลเซียนี่เป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยนะครับสำหรับเพื่อนๆ อาเซียน แถมยังเป็นการแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้กับชาติอาเซียนที่เหลือ และเอเชียด้วย

อันวาร์ : ครับ โดยเฉพาะประเทศมุสลิม ที่ตอนนี้อยู่ในความมืดมัวและสิ้นหวังครับ แต่ทันทีที่เห็นมาเลเซียลุกขึ้นมาเปลี่ยน ก็มีความสนใจเข้ามามากมาย แม้แต่ในโลกอาหรับ

สุทธิชัย : ตอนที่ผลเลือกตั้งออกมาคุณประหลาดใจไหมครับ

อันวาร์ : ไม่เท่าไหร่ครับเพราะว่า พอมองไปที่ผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 แล้วก็ได้เสียงแล้วตั้ง 52% ของคะแนนดิบ และผมคิดว่า เราอาจจะต้องทุ่มเทมากกว่านี้ เราถึงจะได้

สุทธิชัย : จากผลการเลือกตั้งครั้งก่อนนั้น คุณก็เกือบถึงฝั่งฝันแล้ว

อันวาร์ : ใช่ครับ ถ้าพวกเขาไม่โกง เราก็น่าจะชนะแล้ว แต่เพราะว่าผมเกือบทำสำเร็จแล้วนี่ไง พวกเขาเลยจับผมเข้าคุกอีก เห็นไหมล่ะ (หัวเราะ)​

สุทธิชัย : (หัวเราะ)​ ครับ

อันวาร์  : เพราะฉะนั้นตอนนี้พอมาอยู่กับมหาเธร์ และมีผู้นำพรรคอัมโน รุ่นเก่ามาร่วม ผมก็แน่ใจว่าเราน่าจะทำคะแนนได้อีกหลาย % ซึ่งก็เกิดขึ้นอย่างนั้นจริงๆ แต่พูดตามตรงผม ผมไม่คิดว่าเราจะชนะมากมายขนาดนั้น ผมคิดว่าเราจะชนะ แต่ไม่มากถึงระดับนั้น แล้วก็มีฝ่ายค้านจากซาบาห์ซาราวักเข้ามาอีก แต่เราไม่ได้พึ่งพาตรงนี้มาก เพราะแค่มีแนวร่วมเดียวจากแหลมมลายูก็เพียงพอแล้ว แต่ก็นั่นอีกแหละเราเหมือนได้โบนัส พอได้คะแนนเสียงจากซาบาห์ซาราวัก ผมให้สัมภาษณ์เมื่อไม่กี่วันก่อนว่าสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจก็คือพื้นที่ที่ห่างไกลที่สุดในรัฐซาบาห์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของคนชนเผ่า ใกล้ๆชายแดนที่เกาะบอร์เนียว ที่อยู่ไกลที่สุดซึ่งผมเรียกว่าปูจ๋าบอร์เนียว ผมไม่คิดว่าเราจะชนะตรงนั้น แต่เราคว้าเก้าอี้มาได้

สุทธิชัย : คุณอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไ

อันวาร์ : คือผมได้ไปเจอสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งเขาบอกว่า ซึ่งผมจำไม่ได้มาก เพราะเป็นช่วงก่อนปี 56 อีก เขาบอกว่าคุณต้องชนะให้ได้ เขาบอกผมแบบนี้ แล้วบอกอีกว่าประชาชนทำงานหนักมาก มีหลายปัญหา ความยากจนกระจายไปทั่ว ซึ่งเราชนะ อย่าถามผมเลยว่าชนะได้ยังไง เห็นไหมเราไม่ควรจะประเมินพลังของประชาธิปไตยจากความคิดของประชาชนต่ำเกินไป หลายคนมองเห็นแต่คนในเมือง คนชั้นกลางที่มีเสียงดังมากกว่า ไร้สาระมาก ถ้าคุณมีอะไรคุณก็แค่อธิบายให้กับพวกเขาฟังด้วยภาษาง่ายๆ ที่ทุกคนจะเข้าใจตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นชั้นผู้นำหรือโจร

สุทธิชัย : เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกว่าประชาชนไม่สนใจการเมือง

อันวาร์ : ครับ

สุทธิชัย : ภาวะโพลล์หลายสำนักก่อนการเลือกตั้งบอกว่า     อัมโน จะชนะการเลือกตั้ง

อันวาร์ : ครับ ส่วนใหญ่เป็นโพลล์ของคนในเมือง แต่โพลล์เงียบ มาถึงผมตั้งแต่ตอนที่ผมอยู่ในคุก ซึ่งชี้ไปคนละทางเลย

สุทธิชัย : ไม่เหมือนกับโพลล์สาธารณะเลยนะครับ แต่โพลล์ลับๆ บอกว่าคุณจะชนะใช่ไหม

อันวาร์ : คือผมก็ไม่รู้หรอกว่าจะชนะไหม แต่แน่นอนว่ามีโอกาสในการชนะ ผมอยู่ในคุก ผมเห็น 90% ของการ์ดอยู่กับเรา แล้วก็ที่โรงพยาบาล พยาบาล หมอ พวกเขาก็อยู่กับพวกเราหมด เปิดเผยด้วย แล้วคนบอกว่ารอบนี้จะต้องทำให้ได้ จะต้องไปเลือกตั้งให้ได้ แล้วก็เช้าวันเลือกตั้งผมก็ตกใจว่าผมเห็นรถมากมาย ช่วงเย็นวันก่อนเลือกตั้ง มีรถกลับไป ภูมิลำเนาเยอะมาก เหมือนเป็นวันหยุดแห่งชาติเลยครับ ทุกคนกลับบ้านและส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ออกไปใช้สิทธิ์

สุทธิชัย : นั่นคือสัญญาณที่ดีใช่ไหมครับ

อันวาร์ : สัญญาณดีครับ ซึ่งตอนนั้นผมก็แบบ “ว้าว” รู้สึกดีมากๆ ผมเห็นความกระตือรือร้นของการที่ออกไปโหวตแต่เช้า แล้วกลับมาบอกว่า ท่าน ผมไปเลือกตั้งแล้วผมทำหน้าที่ของผมแล้ว ผมเลือกคุณนะ อะไรอย่างนี้

สุทธิชัย : กลับมาถึงเรื่องมหาเธร์ อีกครั้ง คุณเชื่อใช่ไหมว่าเขาจะรักษาสัญญา เพราะเขาบอก ผมตอนที่ให้สัมภาษณ์ผมเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วว่า มันเป็นข้อตกลง เขาจะก้าวลงจากตำแหน่งตามสัญญา

อันวาร์ : ใช่ครับ ผมไว้ใจ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อ เขาอายุ 93 แล้ว ทุ่มเททำงานหนัก ผมเห็นเขาไปทำงานตั้งแต่ 7:45 น. ทุกวัน ซึ่งยังไปไหว

สุทธิชัย : แล้วหนุ่มอายุ 71 คนนี้นะครับจะรับมือกับการเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างไรครับ คุณพร้อมแค่ไหน ทั้งทางร่างกายทางจิตใจและแน่นอนทางอาชีพ

อันวาร์ : คุณจะได้เห็นเรื่องที่ดีที่สุดตอนที่อยู่ในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด และคุณจะต้องจำเรื่องที่แย่ที่สุดเอาไว้ คุณเคยอาศัยอยู่กับคนที่จนที่สุด คนที่สังคมลืมมากที่สุดในคุก คุณก็ควรจะเรียนรู้อะไรบ้าง ผมคิดว่าผมบอกคุณแล้วนะว่า สิ่งที่คุณเรียนรู้จากในคุก คุณเรียนรู้ความหมายของชีวิต มนุษยธรรม และอิสรภาพ

สุทธิชัย : ความอ่อนน้อมถ่อมตน

อันวาร์ : ครับ เจอที่สุด ๆ ของชีวิตมาแล้ว ต้องนอนกับพื้น พื้นซีเมนต์ซีเมนท์ด้วย

สุทธิชัย : โดนขังเดี่ยวด้วยใช่ไหมครับ

อันวาร์ : ใช่ครับ ขังเดี่ยว

สุทธิชัย : นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องที่คุณโดนทำร้ายจนตาช้ำนะครับ

อันวาร์ : ใช่ ตาช้ำ เรื่องพวกนี้ให้บทเรียนกับคุณ ตาคุณช้ำแต่ถ้าคุณ ให้อภัยคนคนนั้นด้วยการทำให้คนๆนั้นตาช้ำด้วย คุณก็เป็นแค่ผู้นำที่แย่ๆคนหนึ่ง นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องมีแรงผลักดันที่แข็งแกร่ง

สุทธิชัย : ถามอย่างโง่ ๆ หน่อย คุณสนุกกับชีวิตในคุกไหม

อันวาร์ : อย่างเดียวที่ผมชอบในคุกก็คือมีเวลาอ่านหนังสือ ผมแทบจะอ่านทุกอย่างที่ผมหาได้ ประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา ทุกอย่าง ซึ่งมันก็ช่วยได้ คือตอนแรกก็มีปัญหาเกี่ยวกับจำนวนหนังสือที่อ่านได้นะครับ สุดท้าย พวกเขาก็ยอมแพ้ แล้วก็อนุญาต

สุทธิชัย : ดูทีวีได้ไหม

อันวาร์ : ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีวิทยุครับ

สุทธิชัย : ไม่ได้ตามข่าว

อันวาร์ : ไม่มีข่าวครับ เพราะตอนนี้คุณจะต้องไปให้การกับศาลหรือจะต้องเจอกับทนาย เขาพวกก็จะเล่าเหตุการณ์ล่าสุดให้คุณฟัง บางทีก็เจ้าหน้าที่เรือนจำกระซิบอะไรบางอย่างกับผม

สุทธิชัย : พวกเขาคงรู้นะครับว่าคุณสนใจเรื่องพวกนี้

อันวาร์ : แต่เจ้าหน้าที่ที่อายุน้อยลงมาก็จะเล่าเรื่องเพลง เรื่องภาพยนตร์ ผมก็เลยรู้เรื่องเพลงหรือหนังที่ออกใหม่ล่าสุด

สุทธิชัย : จากคนรุ่นใหม่

อันวาร์ : จากคนรุ่นใหม่เทียบกับคนแก่ๆข้างนอก ผมก็เลยชอบเล่นมุขเกี่ยวกับ นักร้องร่วมสมัยหลายคน อย่างเช่น Adele กับ Sam Smith ซึ่งเป็นคนที่คนแก่ๆไม่รู้จักแน่นอน แต่คนรุ่นใหม่รู้จัก พวกเขาเลยหัวเราะ

สุทธิชัย : สรุปว่าทั้งหมดติดคุกกี่ปีครับในชีวิตถึงวันนี้

อันวาร์ : รวมแล้ว 11 ปี

สุทธิชัย : ไม่ธรรมดาจริง ๆ

อันวาร์ : รู้สึกดีมากที่ได้เจอคุณอีก หลังจากผ่านไปหลายปี

สุทธิชัย : อย่าหายไปไหนอีกนะครับ…