สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

อีลอน มัสก์ไม่สนทรัมป์…ลุยจีนเต็มพิกัด!

473

คอลัมน์ “กาแฟดำ”
วันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2562

อีลอน มัสก์ไม่สนทรัมป์…ลุยจีนเต็มพิกัด!

อีลอน มัสก์: ผมชอบเมืองจีนมากเลยครับ ผมจะมาบ่อยขึ้นแน่นอน

หลี่เค่อเฉียง: งั้นเราก็จะออกวีซ่ถาวรให้ท่านเลย!

บทสนทนาอนชื่นมื่นนี้เกิดขึ้นที่ปักกิ่งวันก่อน ถือเป็นการเปิดศักราชของ Tesla ที่จะตั้งโรงงานเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าป้อนตลาดใหญ่อย่างจีน

แม้โดนัลด์ ทรัมป์จะพยายามบอกกล่าวให้นักธุรกิจระดับยักษ์ของสหรัฐฯย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศกลับบ้านตามนโยบาย America First และ Make America Great Again แต่อีลอน มัสก์ก็ไม่สน ลุยจีนเต็มพิกัด!

ขณะที่จีนกับอเมริกายังไม่เลิกราสงครามการค้าระหว่างกัน อีลอน มัสก์คงประเมินแล้วว่าไม่ว่าการเมืองระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์กับสีจิ้นผิงจะเดินหน้าไปอย่างไร นั่นก็เป็นเพียงอุปสรรคทางการเมืองระยะสั้นเท่านั้น

สีจิ้นผิงชาญฉลาดพอที่จะมองข้ามช็อททรัมป์เพื่อดึงดูดให้เทคโนโลยีล่าสุดของอเมริกาในทุก ๆ ด้านสามารถมาปักหลักในจีนได้

ทรัมป์จะรอดวิกฤตการเมืองของตัวเองได้หรือไม่ การเจรจายุติสงครามการค้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่จะบรรลุข้อตกลงได้อย่างไรเป็นเรื่องปลีกย่อยหากผู้นำมีวิสัยทัศน์ที่จะมองข้ามผ่านปัญหาในปัจจุบัน

ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2019 ที่ผ่านมาสำนักข่าวในอเมริการและจีนพร้อมใจกันรายงานข่าว Elon Musk ตกลงกับรัฐบาลจีนในการก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ Tesla ได้สำเร็จอย่างครึกโครม

ต้องถือว่าอีลอน มัสก์ทุ่มเต็มตัวในการลุยเมืองจีนครั้งนี้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าทรัมป์อาจจะไม่พอใจกับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเขา
เพราะทรัมป์เรียกร้องให้นักลงทุนและบริษัทมะกันในต่างประเทศย้ายฐานการผลิตกลับบ้านเพื่อสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯภายใต้นโยบาย America First

แต่อีลอน มัสก์ก็ตระหนักดีว่าหากเขาเดินตามแนวทางของทรัมป์ จีนก็อาจจะก้าวล้ำไปในเทคโนโลยีด้านนี้อยู่ดี ดังนั้นหากมีโอกาสที่จีนพร้อมจะอ้าแขนรับเขาตอนนี้ เขาก็ไม่ควรจะพลาดโอกาสนี้ไป

ข่าวบอกว่า Tesla ทุ่มทุนก่อตั้งฐานการผลิตใหม่ในประเทศจีนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือไม่น้อยกว่า 1.5 แสนล้านบาททีเดียว เรียกได้ว่าเป็นการขยายฐานการผลิตไปจีนเพื่อหวังตลาดใหญ่

เพราะยิ่งวันชนชั้นกลางของจีนก็ใหญ่ขึ้น มีอำนาจซื้อมากขึ้น นักธุรกิจและนักลงทุนอเมริกันไม่อาจจะยึดหลัก “ชาตินิยม” แบบทรัมป์จนอาจถูกแซงในวันข้างหน้า

เหมือนที่ Apple เผชิญกับปัญหายอดขายตกเพราะตลาดจีนหดตัวลง และแนวทางของทรัมป์ในการลงโทษบริษัท Huawei ของจีนด้วยการจับผู้บริหารระดับสูงที่เป็นลูกสาวผู้ก่อตั้งนำไปสู่การคว่ำบาตรของผู้บริโภคจีนบางส่วน

อีกทั้งผลจากสงครามการค้าระหว่างสองประเทศก็ทำให้ตลาด iPhone และสินค้าตัวอื่น ๆ ของ Apple ในจีนมีปัญหาขึ้นมาอย่างฉับพลัน

ถึงขั้นที่ทิม คุก ผู้บริหารสูงสุดของ Apple ยอมรับว่าประเมินผลทางลบเกี่ยวกับสงครามการค้าที่มีต่อสินค้าของตนเองต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ดังนั้น อีลอน มัสก์จึงหาญกล้าฝืนแนวทางของทรัมป์ ตกลงทำสัญญาก่อตั้งโรงงานใหม่บนเนื้อที่กว่า 860,000 ตารางเมตรในประเทศจีน โรงงานตั้งอยู่ในเมือง Lingang ใกล้กับ Shanghai ของจีน

แม้ทาง Tesla จะไม่ได้แจ้งจำนวนเงินในการที่จ่ายไปกับเฉพาะค่าที่ดิน แต่หน่วยงานของรัฐในประเทศจีนเผยว่ามูลค่าที่ดินที่ Tesla จ่ายอยู่ที่ประมาณ 140 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 4,500 ล้านบาท)

ที่น่าสนใจคือโรงงานนี้ถือเป็นโรงงานแรกของ Tesla ที่ตั้งนอกสหรัฐฯ

ผู้บริหารด้านการตลาดโลกของ Tesla บอกว่าการตั้งโรงงานในจีนจะเป็นก้าวสำคัญสู่การผลิตและการขายรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ในเอเซียอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะเขามองตลาดเอเซียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง

ที่ผ่านมา แม้จะมีอุปสรรคเรื่องภาษี แต่ตลาดจีนก็ยังคงเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 รองจากอเมริกา ด้วยยอดขายกว่า 17,000 คันในปี ค.ศ. 2018 ในขณะที่ตลาดมะกัน มียอดขายประมาณ 50,000 คัน
เขาประเมินแล้วว่าการตั้งโรงงานในจีนย่อมทำให้สามารถลดค่าภาษีนำเข้ารถยนต์จำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ

อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายในจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่ขยายตัวได้อีกไม่น้อย

แผนของ Tesla คือจะเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากโรงงานในจีนภายในไม่เกิน 3 ปี ช่วงแรกจะมีกำลังการผลิตที่ประมาณ 250,000 คันต่อปี และจะเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 คันต่อปีภายในไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า

เห็นไหมครับว่าอีลอน มัสก์ไม่ได้มองอะไรแค่วันนี้ เขามองไป 20 ปีข้างหน้าและปรับเปลี่ยนให้ทันเทคโนโลยีตลอดเวลา

วิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นระหว่างอีลอนกับโดนัลด์นี่คนละเรื่องโดยสิ้นเชิง