สัญญาณสับสนจากเปียงยาง!

พอเห็นรูปถ่ายดาวเทียมล่าสุดจากเหนือเกาหลีเหนือ คนที่ติดตามใกล้ชิดก็สงสัยว่าตกลงโดนัลด์ ทรัมป์กับคิมจองอึนพูดจาภาษาเดียวกันหรือเปล่า

เพราะรายงานของกลุ่ม 38 North ที่เกาะติดความเคลื่อนไหวด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมาตลอดบอกว่าภาพทางอากาศบ่งชัดว่าเปียงยางกำลังเร่งเสริมสมรรถภาพยูเรเนียม ณ ฐานวิจัยนิวเคลียร์

และดูเหมือนว่าความคืบหน้าเรื่องนี้ในหลายเดือนที่ผ่านมา “เป็นไปอย่างเร่งรีบ”

จุดที่ว่านี้อยู่ที่เมืองยองเบียน เรียกหน่วยงานนี้เต็ม ๆ ว่า Yongbyon Nuclear Scientific Research Center

ระบุว่าภาพชุดล่าสุดนี้ถ่ายวันที่ 21 มิถุนายนปีนี้ หรือเพียง 9 วันหลังจากการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างทรัมป์กับคิมที่สิงคโปร์เสียด้วย

รายงานนี้บอกว่ากิจกรรมการเพิ่มเสริมประสิทธิภาพยูเรเนียมนั้นดำเนินการอยู่อย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีข้อสงสัยว่า “สถานภาพด้านปฏิบัติการ” ของปฏิกรณ์นิวเคลียร์จะยังคึกคักอยู่หรือไม่เพราะดูเหมือนว่าการปล่อยน้ำเย็นและไอน้ำกับปัจจัยอื่น ๆ จะลดลง

จึงเกิดคำถามว่าคิมจองอึนตั้งใจจริงที่จะเลิกโครงการนิวเคลียร์หรือยอมตามเงื่อนไขของทรัมป์ในการ denuclearise อย่างที่ระบุในแถลงการณ์ร่วมที่สิงคโปร์หรือไม่

ทรัมป์เองก็พลิกไปมาในประเด็นนี้

หลังจากเสร็จการประชุมสุดยอด ทรัมป์บอกว่าเกาหลีเหนือ “ไม่ได้เป็นภัยคุกคามด้านคิวเคลียร์อีกต่อไปแล้ว”

ผ่านมาไม่กี่วันเขาก็ลงนามในคำสั่งให้คว่าบาตรเกาหลีเหนือต่อเพราะ “เกาหลีเหนือยังเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่ง”

รัฐมนตรีต่างประเทศมะกันไมก์ ปอมปิโอก็ไม่กล้ายืนยันว่าคิมได้เริ่มต้นลดละเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ เพียงแค่บอกว่ายังมีความหวังว่าคิมจะเดินหน้าทำตามคำประกาศร่วมกับคิมที่สิงคโปร์

สัญญาณสับสนจากเปียงยางทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่าด้วย “สันติภาพ” ในคาบสมุทรเกาหลีอีกรอบหนึ่ง

สัญญาณด้านบวกจากเกาหลีเหนือคือการที่โพสเตอร์ต่อต้านสหรัฐฯในเปียงยางหลายแห่งถูกรื้อทิ้ง แต่สื่อเกาหลีเหนือก็ลดวาทกรรมฟาดฟันอเมริกาอย่างเห็นได้ชัด

แต่ทุกอย่างต้องวัดจากของจริง…โดยเฉพาะ​ ณ จุดวิจัยและทดลองนิวเคลียร์ที่เป็นประเด็นหลักของการเจรจาที่ทรัมป์อ้างว่าคิมยอมตามเงื่อนไขของตนแล้ว

ทรัมป์ไม่ได้ทวีตเรื่อง “ข่าวดีจากเปียงยาง” มาหลายวันแล้ว ขณะที่เรายังไม่ได้ยินเสียงจากคิมจองอึนว่าด้วยก้าวต่อไปหลังจากพบกับทรัมป์

จึงกลายเป็นปริศนาใหม่ที่สร้างความสับสนให้กับประชาคมโลกอีกครั้ง

จึงทำให้ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าคิมไปบอกอะไรสีจิ้นผิงที่ปักกิ่งในการไปเยือนครั้งล่าสุดหลังจากพบกับทรัมป์เพียงหนึ่งสัปดาห์

บทสนทนานั้นสำคัญกว่าการพูดจาพบปะระหว่างคิมกับทรัมป์แน่นอน