สุทธิชัย หยุ่น
สื่อมวลชน ผู้บุกเบิกวงการมายาวนานถึง 50 ปี

ทำไมทรัมป์อยากเจอคิม ที่เส้นขนาน 38?

301
คำตอบง่าย ๆ คือเพราะทรัมป์เห็นภาพคิมจองอึนกับมูนแจอินที่สร้างประวัติศาสตร์ที่จุดนั้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทรัมป์อยากได้ภาพฮือฮาอย่างนั้นบ้าง

เหมือนเด็กที่เห็นเพื่อนได้ทำอะไรที่โลดโผนตื่นเต้นแล้วอยากจะทำบ้าง ก็จึงกระโดดโลดเต้นขอได้ชื่อได้เสียงอย่างนั้นเช่นกัน

คนใกล้ชิดและที่ปรึกษาทรัมป์พยายามจะแนะนำว่าการพบปะกับคิมที่เส้นขนานที่ 38 ไม่ค่อยจะเอื้อต่อการวางมาตรการรักษาความปลอดภัย

ในการประเมินรอบท้าย ๆ วงในของทำเนียบขาวมองไปที่มองโกเลียหรือสิงคโปร์ในการกำหนดจุดที่จะนัดพบระหว่างทรัมป์กับคิมเพราะบริหารความเสี่ยงได้ง่ายกว่า

อีกทั้งการที่ทรัมป์ไปเจอคิมที่เส้นแบ่งระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้นั้นจะมีภาพว่าทรัมป์ต้องยอมไปเจอผู้นำโสมแดงถึงบ้าน ทำให้เสียศักดิ์ศรีแห่งมหาอำนาจของโลกเช่นสหรัฐฯ

คนใกล้ชิดทรัมป์ยังไม่อยากให้เกิดภาพว่าคิมจองอึนมาสามารถพบกับผู้นำสหรัฐฯในลักษณะ “เคียงบ่าเคียงบ่าเคียงไหล่” กันขนาดนั้น

แต่ทรัมป์ต้องการภาพและสีสันแห่งความเป็น “พระเอกแห่งสันติภาพ” ที่อดีตประธานาธิบดีดสหรัฐฯคนก่อน ๆ ไม่อาจจะทำได้

เรียกเป็นภาษาวิเคราะห์การเมืองฝรั่งว่าทรัมป์ชอบ theatre มากกว่า substance

นั่นหมายถึงการอยากได้ภาพแห่งความตื่นตาตื่นใจหรือ “ดราม่า” มากกว่าเนื้อหาที่จะทำให้เกาหลีเหนือต้องยุติโครงการนิวเคลียร์จริง ๆ

สำหรับทรัมป์ที่เป็นนักขายฝันและมีอุปนิสัยเซลส์แมนที่ต้องการสร้งภาพว่าเขาเป็นนักต่อรองที่ใครต่อใครต้องยอมเขาแล้ว เรื่องเนื้อหาของการเจรจาเป็นเพียงส่วนเดียวของความเคลื่อนไหวใหม่ครั้งนี้

ทรัมป์ต้องการให้ประวัติศาสตร์จารึกว่าตนคือวีรบุรุษระดับโลก ต้องการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และต้องการดันเรตติ้งส์ทางการเมืองในบ้านในจังหวะที่กำลังจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้!

เรื่องตลกร้ายก็คือว่าทรัมป์ไม่ได้ปรึกษาหารือกับคนใกล้ชิดในเรื่องนี้ก่อนที่จะเขียนข้อความขึ้นทวิตเตอร์ว่าถ้าได้เจอกับคิมที่ Peace House ตรงชายแดนของสองเกาหลีก็ไม่เลว อ้สงว่า “ก็แค่เป็นความคิดส่วนตัวของผมเอง”

ผ่านไปเพียงวันเดียว ผู้นำเกาหลีใต้ก็แจ้งว่าได้ทาบทามคิมจองอึนแล้ว และท่านคิมพร้อมจะตามใจทรัมป์ในเรื่องนี้

กลายเป็นว่าภาพของคิมจองอึนเป็นผู้ใหญ่ในเรื่องนี้มากกว่าทรัมป์ขึ้นมาทันที

ทรัมป์เคยเรียกคิมว่าเป็นเผด็จการต่ำช้าเลวทราม เรียกเป็น Rocket Man ด้วยน้ำเสียงหยามเหยียด

วันนี้ทรัมป์บอกว่าคิมเป็นคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ใช้คำว่า “honorable”

คิมเคยเรียกทรัมป์เป็นคนแก่งี่เง่าเลอะเทอะ

วันนี้ คิมบอกว่าทรัมป์จะเอาอย่างนั้นก็ตามใจ เพราะก็อยากถ่ายรูปกับทรัมป์ให้เห็นว่า “ข้าฯพร้อมจะพบกันในฐานะผู้นำเท่าเทียมกันแล้ว”

นั่นก็คือภาพแห่งชัยชนะของคิมได้เช่นกัน

วันนี้ทรัมป์ขอเจอคิมที่ชายแดนบ้านคิม หวังจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนแรกที่ได้เหยียบแผ่นดินเกาหลีเหนือขณะที่ยังอยู่ในตำแหน่ง (เหมือนที่ประธานาธิบดีมูนแจอินแห่งเกาหลีใต้ได้จูงมือคิมเดินข้ามเส้นแบ่งเขตมาแล้วเมื่อวันศุกร์ก่อน)

ลองวาดภาพว่าทรัมป์กอดคิมตัวกลม และให้คิมจูงมือเดินข้ามเส้นขนาน 38 เพื่อเอาเท้าเหยียบแผ่นดินเกาหลีเหนือเพื่อให้ภาพนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก

ทรัมป์ต้องการภาพแห่งชัยชนะ ส่วนเนื้อหาสาระของการเจรจาเอาไว้ทีหลัง

อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐฯที่ชื่อ คอนโดรีซ่า ไรซ์ออกมาเตือนด้วยความหวังดีแล้วครับว่า

“ทรัมป์อย่าอาจหาญเจรจารายละเอียดกับคิมเลย…ขอให้เป็นหน้าที่ของทีมงานที่เขารู้ซึ้งถึงความละเอียดอ่อนแห่งการทูตเถิด”

เป็นคำเตือนที่เป็นห่วงว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯจะเซ่อซ่าไปตกลงอะไรที่ตัวเองไม่เข้าใจและไม่ได้ทำการบ้านมาก่อน

ส่วนทรัมป์จะสนุกสนานากับการสร้างภาพกับคิมไม่ให้น้อยหน้าที่ทำกับมูนแจอินสัปดาห์ก่อนก็ปล่อยเขาไปเถิด

มันเป็นเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ของสองผู้นำที่ไม่มีใครทำนายพฤติกรรมล่วงหน้าได้แม้แต่ชั่วโมงเดียว!