‘มิตรในยามยาก’ ของอองซาน ซูจี

‘มิตรในยามยาก’ ของอองซาน ซูจี 22 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 00:01 น. เห็นภาพประธานาธิบดีสี จิ้นผิงไปเยือนเมียนมา ระหว่างวันที่ 17-18 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว ต้องเปรียบเทียบกับรูปที่อองซาน…

ฟ้าสางที่มาเลเซีย!

ผมแวะไปตั้งวงคุยกับผู้คนหลากหลายที่กัวลาลัมเปอร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกคนต่างตื่นเต้นกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกินความคาดหมาย มันคือ A New Dawn หรืออรุณรุ่งใหม่ของประเทศที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มการเมืองเดียวมา 61 ปี ไม่ว่าจะเป็นคนขับแท็กซี่หรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหรือนักสื่อมวลชนทั้งฝั่งสิ่งพิมพ์และออนไลน์ที่อยู่ฝั่งเดียวกับรัฐบาลเก่าและที่ดิ้นรนต่อสู้กับอำนาจรัฐมาอย่างโชกโชนล้วนได้บทสรุปเหมือนกันว่า สังคมมาเลเซียจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาลเก่าก็ยังต้องปรับตัวกับสถานการณ์ คนทำสื่อที่เคยตกอยู่ในบรรยากาศของการกำกับควบคุมโดยรัฐบาลอย่างเข้มข้นก็ยังถอนหายใจอย่างแรง บรรณาธิการของสื่อนี้ไม่ต้องกระซิบกระซาบเวลาคุยกับผมแล้ว ตะโกนดังลั่นว่า “ในห้องข่าวของเราไม่มีกฎกติกาอีกต่อไปแล้ว…

จะเกิดสงครามตะวันออกกลางรอบใหม่หรือ?

  “ขอให้อิหร่านได้รับรู้ไว้ด้วยว่า อย่ามาข่มขู่สหรัฐอเมริกาเป็นอันขาด..

เป็นเรื่อง! เสื้อคลุมตัวนั้นของเมียทรัมป์: “ช่างมัน, ฉันไม่แคร์”!

กลายเป็นประเด็นการเมืองร้อนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม นาง “มาเลเนีย ทรัมป์” สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯบินไปเท็กซัสเพื่อเยี่ยมค่ายกักตัวเด็ก ๆ ที่ถูกพรากจากพ่อแม่ที่ถูกจับเพราะเข้าเมืองผิดกฎหมายพร้อมกับเสื้อแจ็กเก็ตตัวสวยที่มีข้อความข้างหลังตัวเบ้อเร้อว่า “I Really Don’t Care.

ทรัมป์พบคิม 50-50?

ข่าวล่าสุดจากปากคำของโดนัลด์ ทรัมป์เองส่งสัญญาณว่าการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับคิมจองอึนอาจไม่เกิดขึ้นวันที่ 12 มิถุนายนที่สิงคโปร์แล้ว ทรัมป์บอกเองว่ามีเบาะแสมากพอที่ทำให้เชื่อได้ว่าการนัดหมายระหว่งเขากับคิมอาจจะไม่ work out อันหมายความว่าอาจเดี้ยงได้ “ไม่เจอตอนนี้ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ได้เจออยู่ดี…” คือคำปลอบใจของทรัมป์สำหรับตัวเอง ทรัมป์นึกว่าตัวเองเป็น “นักต่อรอง” ที่ไม่มีใครเทียบทัน แต่เอาเข้าจริง ๆ…

ปูตินเปิดเกมส์ ถล่มอเมริกา และทรัมป์อยู่ข้างศัตรู!

ปูตินเปิดเกมส์ ถล่มอเมริกา และทรัมป์อยู่ข้างศัตรู! จะเรียกว่าไฟท่วม อเมริกาเลยก็ได้…เมื่อทรัมป์เจอปูตินที่เฮลซิงกิประเทศฟินแลนด์แล้วประกาศทำนองว่าเชื่ออดีตเคจีบีรัสเซียอย่างวลาดิเมียร์ ปูติน มากกว่าหน่วยงานข่าวกรองของอเมริกาเอง.. Minnesota Timberwolves ใครที่ได้ชมและฟังการแถลงข่าวร่วมของทรัมป์กับปูตินจะเห็นภาพชัดว่าทรัมป์หมดท่าจริง ๆ มวยคนละชั้น ฝีมือคนละรุ่น !!! ปูตินชนะเกมนี้อย่างไม่ต้องมีข้อสงสัยเพราะทรัมป์พูดเหมือนยอมปูตินทุกอย่าง ไม่มีประเด็นอะไรที่ทรัมป์กล้าประกาศว่าเห็นแย้งกับผู้นำรัสเซียคนนี้เลยทั้ง…

ทรัมป์อิจฉาเผด็จการ ที่สั่งประชาชนซ้ายหันขวาหันได้

ประโยคนี้มาจากปากของโดนัลด์ ทรัมป์เอง เขาบอกว่าเวลาที่คิมจองอึนแห่งเกาหลีเหนือพูด, Memphis Grizzlies “ประชาชนของเขาจะลุกขึ้นนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ” หากพูดแค่นั้นก็คงจะพอเข้าใจได้ว่าทรัมปืกำลังบอกว่าคิมสามารถสั่งให้คนทั้งประเทศต้องฟังสิ่งที่เขาพูดโดยไม่มีใครขัดขืน แต่ประโยคต่อไปนี่ซิที่สะท้อนว่าทรัมป์มีความอิจฉาคิมมาก เพราะเขาบอกว่า “ผมอยากให้ประชาชนของผมทำอย่างนี้บ้าง” ฟังแล้วน่าขันหรือน่าตกใจ? ผมว่าคนอเมริกันจำนวนไม่น้อยคงจะมีความรู้สึกอย่างหลังมากกว่าเพราะหากประธานาธิบดีของสหรัฐฯที่อ้างตนเป็นผู้นำของประเทศที่เป็นตัวอย่างของระบอบประชาธิปไตยที่สุดของโลกต้องการให้ประชาชนของตนเป็นอย่างที่เผด็จการอย่างผู้นำเกาหลีเหนือทำ ก็แปลว่าอเมริกากำลังถดถอยลงอย่างน่าเป็นห่วงยิ่งนัก มีผู้นำกี่ประเทศในโลกนี้ที่กล้าคิดว่าตนพูดอะไร คนทั้งประเทศจะต้องนั่งตรงฟังอย่างนอบน้อม? ไม่ต้องแปลกใจหากทรัมป์จะอิจฉาคิมที่สามารถสั่งให้สื่อมวลชนของเขารายงานทุกถ้อยคำตามที่เขาสั่งได้…

ถ้าทรัมป์สอนคิมจองอึนทวีต โลกคงปั่นป่วนน่าดู!

อาจจะเป็นเพียงอารมณ์ขันของนักเขียนการ์ตูนนิตยสาร New Yorker อันโด่งดังที่เสนอความคิดว่า หากทรัมป์สอนคิมให้ทวีตเป็นละก้อ โลกทั้งโลกคงจะต้องวุ่นวายไม่น้อย เพราะแค่ทรัมป์ทวีตคนเดียวก็สร้างความสับสนพอแล้ว หากผู้นำเกาหลีเหนือเริ่มใช้ทวิตเตอร์เพื่อสื่อสารกับชาวโลกด้วยแล้ว ก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าจะเกิดความอลหม่านได้เพียงใด แต่อย่านึกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะตั้งแต่ทรัมป์กับคิมยอมเจอกันที่สิงคโปร์ นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศทั้งหลายต่างก็ยอมรับว่าต้องเผาตำราทิ้งกันหมดแล้ว ปากกาเซียนก็ถูกหักไปทั่วโลกแล้วเช่นกัน ดังนั้น คนที่เรียกตัวเองว่ากูรูทั้งหลายต่างก็ยอมรับว่าต่อแต่นี้ไปอย่าได้ฟันธงเป็นอันขาดว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นในโลกได้ เพราะสองคนนี้พิสูจน์แล้วว่าเรื่องที่เคยเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้นั้นวันนี้อาจจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาได้…

ทรัมป์เจอคิมแล้ว : ยกแรกคิมชนะคะแนน!

ทั้งภาษากายและวาทะจากปากของทรัมป์และคิมในการพบกันครั้งประวัติศาสตร์เช้านี้ที่สิงคโปร์สะท้อนว่าใครทำการบ้านมามากกว่ากัน บางจังหวะเหมือนจะเป็นการจัดอีเวนท์ meet and greet มากกว่าการเจรจาต่อรองเลิกอาวุธนิวเคลียร์อันร้อนแรง! นาทีนี้ ผ่านไปประมาณสามชั่วโมงครึ่งหลังการเริ่มต้นซัมมิทของทั้งสองผมยังรอแถลงการณ์ร่วมเพื่อวิเคราะห์ให้ถ่องแท้ว่านอกจากพิธีกรรมแห่งการสร้างภาพแล้ว เนื้อหาสาระแท้ ๆ จะสรุปให้เห็น “สันติภาพที่เป็นรูปธรรม” ได้มากน้อยเพียงใด สีหน้าท่าทางของทรัมป์ไม่แช่มชื่นสดใสเท่ากับคิม แม้ว่าภาษากายของทั้งสองจะมีความเป็นมิตรในระดับพอเหมาะพอเจาะสำหรับการพบกันของผู้นำสองประเทศที่เคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันอย่างรุนแรงมาตั้งแต่สงครามเกาหลี 1950-53…

วันประวัติศาสตร์ ที่คิมยิ้มได้กว้างกว่าทรัมป์

I hurried into the local department store to grab1 some last minute Chirsmas gifts. I looked…